ผู้เขียน: adminone

อาหารที่คุณไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี

คุณรู้กันไหมคะว่าหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดเมื่อคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลีนั้น คือการตัดสินใจเลือกอาหารที่จะกินในแต่ละมื้อค่ะ เพราะอาหารอิตาเลี่ยนนั้นช่างมีมากมายนัก วันที่ไปเที่ยวก็มีจำกัด พื้นที่ในกระเพาะก็มีอยู่ไม่มากจะให้ทานอาหารทั้งหมดยังไงไหวใช่ไหมคะ ในบทความนี้เว็บ แทงหวยฮานอย  ของเราจะมาแนะนำอาหารอิตาเลี่ยนเด็ดๆที่คุณไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดเมื่อคุณได้ไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลีค่ะ

รีบหาสมุดมาจดเช็คลิสได้เลย โดยมีดังนี้ค่ะ

  1. พิซซ่า (Pizza) ถือเป็นอาหารประจำชาติและมีถิ่นกำเนิดมาจากอิตาลีเลยล่ะค่ะ ในเมื่อไปถึงที่แล้วจะพลาดพิซซ่าได้อย่างไรใช่ไหม โดยพิซซ่าของแท้ต้นตำรับที่อิตาลีนั้นจะใส่เครื่องหน้าพิซซ่าไม่กี่อย่างเท่านั้นค่ะ มีซอสมะเขือเทศสดเข้มข้น ชีส และน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เพียงเท่านี้ก็อร่อยเหาะแล้วค่ะ
  2. ลาซานญ่า (Lasagna) อีกหนึ่งอาหารดั้งเดิมของอิตาลี ที่ทำจากแป้งพาสต้าแบบแบนสลับชั้นไปเรื่อยๆกับเนื้อบด ซอสมะเขือเทศ และชีส จากนั้นก็นำเข้าเตาอบแล้วอบจนสุกหอมน่าทานเป็นอันเสร็จค่ะ
  3. พาสต้าคาโบนาร่า (Pasta Carbonara) ใครที่ชอบความหอมมันของชีสไม่ควรพลาดเมนูนี้เลยค่ะ และใช่แล้วค่ะเป็นอีกหนึ่งในอาหารดั้งเดิมของอิตาลีอีกเหมือนกัน โดยสูตรต้นตำรับนั้นจะใช้ชีสจากนมแกะและครีม จึงทำให้อร่อยหอมมันกลมกล่อมเลยล่ะค่ะ
  4. สลัดขนมปัง (Panzanella) เป็นสลัดสไตล์อิตาเลี่ยนแบบดั้งเดิม โดยส่วนประกอบหลักๆเลยก็คือ ขนมปัง และ มะเขือเทศค่ะ ส่วนผักสลัดก็เปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาลต่างๆ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชู เป็นอีกเมนูอาหารเบาๆ ทานง่าย และเฮลตี้อีกด้วยค่ะ
  5. เจลาโต้ (Gelato) คือ ไอศกรีมที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี โดยเป็นไอศกรีมที่ต้องทำสดใหม่ทุกๆวัน เจลาโต้นั้นจะต้องมีไขมันน้อย การปรุงแต่งสีกลิ่นและรสจะน้อยมาก เพื่อให้ได้รสชาติจากธรรมชาติของไอศกรีมได้อย่างดีที่สุดค่ะ เป็นของหวานที่ยังไงก็ห้ามพลาดนะคะ สามารถหาทานได้ทั่วทุกที่ของอิตาลีเลยล่ะค่ะ
  6. ทีรามิสุ (Tiramisu) อีกหนึ่งเมนูของหวานอร่อยๆจากอิตาลีค่ะ โดยทีรามิสุของที่นี่นั้นจะมีจุดเด่นของรสชาติจากกาแฟ ผงโกโก้ที่เข้มข้นจากขนมปังบิสกิตนุ่มๆและครีมชีสหอมมันค่ะ 
  7. ออสโซบูโก (Ossobuco alla Milanese) คือ สเต็กเนื้อ ที่เสิร์ฟคู่กับไวน์ขาว น้ำซุป และผัก เป็นอาหารอิตาเลี่ยนจานหนักที่ไม่ค่อยดังในหมู่คนไทยเท่าไหร่นัก แต่ที่ประเทศอิตาลีนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากค่ะ 

 

มาทำความรู้จักกับ ยอดนักพนันคาสิโนที่ต้องจดจำให้เป็นตำนานโครตเซียน

Dominic Lo Riggio 

ปรมาจารย์ด้านแบล็คแจ๊ค และโครตเซียนด้านเกมลูกเต๋า ที่ทำการฝึกฝนตัวเงออย่างหนักเพื่อให้เข้าสู่การเป็นสถดยอดที่ฟังการหมุนของลูกเต๋า และ ควบคุมได้อย่างอ่อนโยนนุ่มนวล ฝึกเทคนิคการทอยลูกเต๋าจำนวนนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อให้โยนลูกเต๋าออกมา ตามหน้าเต๋าอย่างที่เราต้องการ มีการจัดตั้งทีมที่ชื่อว่า Rosebut และเริ่มเล่นที่คาสิโนในลาสเวกัส จนได้ฉายาว่า นักพนันถล่มคาสิโน  มีการทำกำไรจากการเล่นด้วยวิธีการของเขานั้นอยู่ที่2500-3500 เหรียญต่อหนึ่งคืน แต่ด้วยอัตนาส่วนแบ่งที่ไม่น่าพึงพอใจ Riggioได้ออกจากทีม Rosebut และไปเข้าทีมFrank Soblete ที่มีอัตราส่วนแบ่งที่ยอดเยี่ยมและได้มากกว่าจากเดิม แถมยังทำเงินรางวัลจำนวนมากมาย และที่สำคัญเขาไม่เคยถูกจับเพราะไม่ได้ทำอะไรที่ผิดกกหมาย เนื่องจากที่ใช้เป็นเทคนิคที่เขาฝึกฝนด้วยตัวเอง

Keith Taft 

อัจฉริยะด้านอิเล็กทรอนิกส์ ผู้สร้างไมโครคอมพิวเตอร์ ใช้เวลาเกือบ 30 ปี เพื่อสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา Edward Throp เป็นบุคคลที่เอาชนะเกมแบล๊คจีค และ Keith Taft  ได้เริ่มเล่นตามแต่กับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนEdward Throp หลังจากนั้นเขาจึงไดด้นำไมโครคอมพิวเตอร์ มาช่วยเหลือในการเล่นของเขา

หลังจากนั้น เขาจึงได้คิดค้นคอมพิวเตอร์ เพื่อนับเกมการ์ดโดยตั้งชื่อว่า David และด้วยโปรแกรมที่เขาตั้งขึ้นนี้ ทำให้เขาทำเงินได้มากกว่า 400000 เหรียญ สิ่งผิดพลาดอย่างเดียวของเขา คือการเปิดเผยให้บุคคลอื่นรู้ถึงการมีอยู่จริงของเครื่องที่เขามีใช้เพื่อทำกลโกงในคาสิโน gclub นี้ ทำให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ของคาสิโน ที่เพ่งเล็งเขาอยู่จับ เพื่อสอบสวนว่าเขาได้โกงหรือไม่ แต่ก็เป็นความโชคดีของเขาอยู่เรื่องหนึ่ง เพราะว่าเจ้าหน้าที่ในคาสิโนใช้เครื่องที่เขาคิดค้นไม่เป็น จึงจำเป็นต้องปล่อยเขาไป เพราะไม่สารถเอาผิดกับเขาได้

นอกจากนี้เขาและลูกชายได้ออกแบบออกมาและสามารถซ่อนไว้ใต้เข็มขัดได้ จนถึงในปัจจุบัน ได้มีการห้ามนำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาใช้ในบ่อนคาสิโน แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะมีกฏนี้ออกมา ใช้ในคาสิโน Keith Taft ก็ทำกำไรจากการเล่นไปมากกว่า 10 ล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ท่องเที่ยวเมืองสิชล

เมื่อพูดถึงเมืองสิชลแล้ว ไห้ถึงนึกนครสองธรรม คือจังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นเอง อำเภอสิชลเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คที่นี่แล้วทุกคนคงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียวเชียวเพราะธรรมชาติที่สวยงามกับวัดประจำอำเภอเมืองสิชลแล้วทุกคนคงจะนึกภาพออกกันแล้วว่าสถานที่แรกที่เราจะพูดถึงคือ วัดเจดีย์ นั่นเอง

สำหรับคนที่ไม่ใช่คนนครศรีธรรมราชคงจะไม่เข้าใจอยู่ แต่ถ้าไห้บอกว่า ไอ้ไข่วัดเจดีย์คงจะร้องอ๋อยาวๆกันไปยาวๆเลยใช่ไหม นี่คือที่แรกที่เราจะแนะนำกัน หลายๆท่านคงเคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับไอ้ไข่วัดเจดีย์มาพอสมควร วัดเจดีย์มีตำนานมาเกือบร้อยปี เราจะไม่พูดถึงตำนานนะคะ

เดี๋ยวจะซ้ำหรือเปลี่ยนแปลง ไปจากเดิมใครที่มากราอบไหว้หรือบนขออะไรเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองกับไอ้ไข่วัดเจดีย์ ร้อยทั้งร้อยขอพรได้ทุกคน เพราะทุกๆคนจากทั่วทุกสารทิศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าศักดิ์สิทธิ์จริง ไม่ว่าจะชาวภาคเหนือหรือภาคกลางที่มาบนบานกับไอ้ไข่ที่วัดเจดีย์ต่างก็ต้องเช่าเหมารถคตู้มาแก้บนที่วัดเจดีย์อีกรอบ

ซึ่งของแก้บนก็มีพวกรูปปั้นไก่และอื่นๆ และอีกสถานที่หนึ่งถึงจะไม่ศักดิ์สิทธิ์แต่ธรรมชาติก็สวยงามไม้แพ้ทะเลภาคตะวันออกเลยนะ สถานที่นี้คือเขาพลายดำนั่นเองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นภูเขาติดทะเล มีถนนเลียบชายฝั่งทะเลไห้ขับรถขึ้นไปถ่ายรูปสวยๆแล้วชมวิวได้ด้วยนะสถานที่นี้มีฉายาด้วยนะว่า มังกรแห่งทะเลใต้ แถมบนเขานั้นยังมีสัตว์ต่างๆเช่น กวาง  ผีเสื้อมากกว่า70ชนิด นกหลายๆชนิดอีกด้วย ธรรมชาติมากๆเลยใช่ไหมล่ะ

ถ้าสังเกตุดีๆจะมีโขดหินตามชายหาดที่เต็มไปด้วยรูปร่างต่างๆเรียงรายกันอยู่ตามชายหาด ชดหาดก็สะอาดสงบมากๆระดับหนึ่งเลยทีเดียว มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาตั้งแคมป์บริเวณหาดท้องยาง อีกทั้งหาดนี้ยังมีโลมามาแหวกว่ายและหาอาหารในท้องทะเลนี้อีกนะ ส่วนเนินโลมาเป็นหินขนาดใหญ่ยื่นลงไปในท้องทะเลและจุดนี้ยังเป็นที่ที่นักตกปลามาตกปลาบริเวณนี้

ซึ่งเป็นสวรรค์ของนักตกปลาจริงๆ อีกทั้งจุดนี้ยังเป็นจุดที่ชมโลมามาแหวกว่ายเล่นน้ำด้วยเช่นกัน เห็นไหมว่าเมืองสิชลนั้นก็น่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆหรืออำเภออื่นๆเลย ลองมาเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอสิชลกันเยอะๆนะ รับรองว่าถ้ามาแล้วทุกท่านคงจะมีความสุขโดยไม่อยากกลับเลยทีเดียวเพราะทั้งสงบและมีธรรมชาติมากมายและมีวัดไห้ขอพรในเรื่องต่างๆได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

 

ขอขอบคุณ  บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เกาะนางยวนที่สุดของความฮิตจุดดำน้ำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

  หากใครที่ชื่นชอบไปแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้ทางเว็บ Gclub ฟรี 500 จะพาไปรู้จักกับเกาะแก่งอยู่มากมายจนได้รับฉายาว่า เมืองร้อยเกาะ แหล่งความงามตามธรรมชาติทางทะเลที่สวยงามและน่าสนใจ นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวยแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเกี่ยวกับสถานที่ดำนำที่งดงามเป็นอย่างมาก

หากใครที่ได้มาเที่ยวทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นต้องอดใจไม่ได้ทุกครั้งไปที่จะต้องลองดำลงไปสัมผัสกับความงดงามภายใต้ท้องทะเล ซึ่งวันนี้เราจะรู้จักเกาะที่ชื่อว่า เกาะนางยวน ซึ่งเป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดและติดอันดับความงาม 1 ใน 10 ของโลกเลยที่เดียวซึ่งเกาะแห่งนี้อยู่ใกล้กับเกาะเต่านิดเดียวเท่านั้นเอง

            เกาะนางยวน  ที่นี่เป็นแหล่งชมปะการังใต้น้ำที่เหมาะกับคนที่เพิ่งจะเคยลงเล่นน้ำชมปะการังครั้งแรก เนื่องจากที่เกาะนางยวนจะไม่ค่อยมีคลื่นมากวนใจ และไม่มีลมกรรโชกแรง น้ำทะเลที่นี่จึงค่อนข้างนิ่งสงบ สำหรับมือใหม่หัดดำน้ำมักจะมาเที่ยวที่นี่เพราะด้วยระดับความลึกของน้ำที่ไม่ค่อยลึกมากนัก ทำให้ง่ายต่อการที่จะมาเรียนฝึกหัดดำน้ำ

และสำหรับเกาะนางยวนนอกจากจะมีจุดเด่นเรื่องปะการังใต้น้ำที่สวยงามและน้ำไม่ลึกมากแล้ว ที่นี่น้ำทะเลยังใสมากจนสามารถมองเห็นความงามใต้น้ำได้เลย จนคุณรู้สึกได้ถึงความงดงามทางธรรมชาติใต้น้ำที่ไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน ที่นี่จะมีฝูงปลาหลายชนิด หลายสายพันธ์พากันแหวกว่ายเล่นน้ำไปมารอบๆเกาะ ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพใต้น้ำที่นี่ยังเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำกล้องลงไปบันทึกภาพใต้น้ำเพื่อนำมาเก็บไว้เป็นความทรงจำ เอาไว้ย้อนกลับมาดูภายหลังได้ คุณสามารถถ่ายภาพท่ามกลางฝูงปลามากมาย

และมีแบล็คกราวเป็นปะการังหลากสี ที่นี่นอกจากวิวใต้น้ำจะงดงามมากแล้ว ด้านบนของเกาะคุณก็ยังสามารถสัมผัสกับความงดงามของเกาะได้เช่นกันที่นี่จะมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นความงามรอบเกาะนางยวนได้ชัดมาก ซึ่งคนที่มาเที่ยวเกาะจะนิยมมาตรงจุดนี้กันเยอะใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึง จุดชมวิวจะเป็นลานหินขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางมาก

สามารถขึ้นมาดูความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนเป็นจุดเช็คอินที่ดีที่สุดอีกจุดหนึ่งของเกาะเลยก็ว่าได้ และหากเรายืนอยู่ด้านบนนี้และมองย้อนลงไปจะเห็นแนวสันทรายยาวสุดสายตาเป็นเหมือนถนนที่เชื่อมเกาะทั้งสามเกาะเอาไว้ด้วยกัน 

สถานที่ไม่ควรพลาดจังหวัดเลย

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสาน มีทั้งความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรมต่าง ๆที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสานมากมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่จังหวัดนี้

แก่งคุดคู้ เป็นสถานที่ ๆเหมาะสำหรับการดื่มด่ำบรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ โดยเปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถพายเรือไปตามลำน้ำเพื่อชมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติอันงดงามนี้ได้ และที่สำคัญยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

พระธาตุศรีสองรัก เป็นวัดที่มีโบราณสถานที่สำคัญของชาวจังหวัดเลย จุดเด่นอยู่ที่พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าอาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรล้านช้างจะไม่แย่งชิงพื้นที่กัน และจะร่วมกันเพื่อกำจัดทัพของหงสาวดีอีกด้วย ชาวบ้านละแวกนั้นจะมีความเชื่อกันว่าพระธาตุศรีสองรักไม่ชอบสีแดง ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชม สักการะ บูชา ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีแดง เพื่อไม่เป็นการลบหลู่ความเชื่อของชาวบ้านในละแวกนั้น

พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในของวัดโพนชัย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่าง ๆของคนในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นต่าง ๆ หรือหัตกรรมพื้นบ้าน จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมของภาคอีสานควบคู่กันไปด้วย

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน บรรยากาศรอบ ๆรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง ที่อ่างเก็บน้ำนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถนำแพล่องออกไปเพื่อชมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติได้ และยังมีเสื้อชูชีพเพิ่มความปลอดภัยให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลงเล่นน้ำอีกด้วย

สวนน้ำภูกระดึง เป็นสวนน้ำที่เป็นที่นิยมของคนในจังหวัดเลย ภายในสวนน้ำมีเครื่องเล่นต่าง ๆมากมาย แบ่งออกเป็นหลาย ๆโซนเพื่อให้เหมาะสำหรับวัยของผู้ที่มาเล่นสวนน้ำแห่งนี้อีกด้วย 

น้ำตกวังกวาง น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีทั้งหมด 10 ชั้นด้วยความสูงถึง 7 เมตร โดยสาเหตุที่ชื่อน้ำตกวังกวางมาจากบริเวณรอบ ๆน้ำตกเป็นที่อยู่อาศัยของกวางเป็นจำนวนมาก และน้ำตกแห่งนี้ก็เป็นที่ดื่มน้ำของพวกมันนั่นเอง ในบางครั้งจึงอาจเห็นกวางมาดื่มน้ำที่น้ำตกแห่งนี้

วัดศรีคุณเมือง เป็นวัดโบราณที่อยู่คู่กับจังหวัดเลยมานาน และมีพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบนาคปรกซึ่งเป็นพระประธานของวัดศรีคุณเมือง มีอายุกว่า 300 ปี จึงเป็นที่เคารพนับถือเป็นอย่างมากของชาวจังหวัดเลย 

ภูบ่อบิด เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดเลย และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้แก่ผู้ที่ต้องการจะศึกษาธรรมชาติต่าง ๆหากมาในหน้าหนาวแล้วที่นี่ยังมีทะเลหมอกที่สวยงามให้ชมกันอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

เสริมดวงด้วยการตะเวนไหว้พระในกรุงเทพ

ในช่วงที่จิตใจสับสนอยากได้ที่พึ่งทางใจคนเราส่วนใหญ่ก็จะไปทำบุญไหว้พระ เพื่อขอพรให้จิตใจของเราสงบลง หรือบางครั้งในช่วงเทศกาลต่างๆ ครอบครัวส่วนใหญ่ก็มักจะพาลูกพาหลานไปทำบุญไหว้พระ วันนี้เรามาแนะนำวัดในเขตกรุงเทพมหานครที่คนส่วนใหญ่นิยมมาไหว้ขอพรกันทุกปี และเป็นวัดที่มีความหมายดีๆมาฝากกันค่ะ

  1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดพระอารามหลวงที่อยู่ในพระบรมราชวัง เป็นวัดที่สำคัญยิ่งของคนไทยทุกคน เป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยมาเนิ่นนาน จึงมีการเรียกกันว่าวัดพระแก้ว สำหรับการมาไหว้พระแก้วมรกตนั้นทุกคนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ซึ่งที่นี่จะมีการกำหนดเวลาเข้าได้ทุกวันตั้งแต่ 8.30 -16.30 น.
  2. วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร การเดินทางเพียงนั่งเรือข้ามฟากมาจากทางฝั่งวัดพระแก้วก็ถึงแล้ว เพราะวัดอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่คนไทยทุกคนให้ความเคารพนับถือและมักจะมากราบไหว้ขอพรกันอยู่เสมอ
  3. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดนี้อยู่ฝั่งเดียวกับวัดอรุณ จุดเด่นของวัดนี้จะมีพระปรางมารวิชัย ที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถให้คนเข้าไปเคารพกราบไหว้ขอพร
  4. วัดระฆังโฆสิรารามวรมหาวิหาร  วัดแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช ที่นี่จะมีพระพุทธที่มีความงดงามเป็นอย่างมากโดยมีรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ  ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเพื่อให้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกันชื่อของวัด
  5. วัดพระเชตพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร  หรือที่รู้จักกันดีในนามวัดโพธิ์ วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่1  เป็นอีกวัดที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้กันตลอดทุกวัน
  6. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร ที่นี่จะตั้งอยู่ริมสนามหลวง ผู้คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่าวัดมหาธาตุ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายและเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
  7. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  หรือที่รู้จักกันในนามวัดภูเขาทอง จุดเด่นของวัดนี้คือมีเจดีย์สีทองตั้งสูงเด่นโดยตั้งอยู่บนยอดของสุวรรณบรรพตมความสูงถึง 77 เมตร หากใครได้ขึ้นไปก็จะสามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพได้โดยรอบ แต่ที่นี่จะมีการกำหนดเวลาเข้าชมโดยจะเปิดทุกวันเวลา 08.30-17.00 น.
  8. วัดราชนัดดารามวรวิหาร จุดเด่นของวัดนี้คือแบบจำลองโลหะปราสาท ที่จำลองมาจากประเทศศรีลังกา ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่าวัดโลหะปราสาท ซึ่งที่วัดแห่งนี้จะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก เป็นอาคาร 7 ชั้นทางขึ้นเป็นบันไดวนสามารถขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนได้ด้วย
  9. วัดสุทัศนเทพวราวรามราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามผู้คนนิยมเดินทางไปไหว้พระที่วัดนี้กันมาก

 

 

สนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

Cranberry  ผลไม้ที่ให้ผลดีต่อสุขภาพ

  แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้รสเปรี้ยวมีผลขนาดเล็กมีลักษณะสีแดงสด ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ นิยมเป็นกันทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศอังกฤษเป็นศูนย์รวมของวิตามินและเกลือแร่ ทั้งวิตามินซี วิตามินอีก และวิตามินเค และยังมีแมงกานิสและทองแดงรวมอยู่ด้วย

ซึ่งสารอาหารที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น คุณรู้หรือไม่ว่าในแครนเบอร์รี่ยังมีสารที่ชื่อว่ากรดซาลิไซลิก ซึ่งสารนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของยากแอสไพรินที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวม ป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดและยังมีสารการต่อต้านโรคมะเร็ง แต่ก็ใช่ว่าการกินแครนเบอร์รี่จะมีแต่ผลดีอย่างเดียว ผลเสียก็มีเช่นเดียวกันซึ่งหากเรามีการกินแครนเบอร์รี่ มากเกินไปจะทำให้มีร่างกายมีกรดซาลิไซลิกมากเกินความจำเป็นซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไปโรคนิ่วในไตได้เช่นกัน

สำหรับแครนเบอร์รี่มีประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาและป้องกันการเกิดโรคหลายอย่างด้วยกันเช่น 

  1. มีประโยชน์กับหัวใจ เพราะในแครนเบอร์รี่มีสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่มากมายจึงสามารถลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเลือดลิ่มอุดตันตามอวัยวะต่างๆได้ด้วย
  2. ช่วยบรรเทาไม่ให้ไข้หวัดมีอาการที่รุนแรงมากนัก เพราะแครนเบอร์รี่มีสารพอลีฟีนอลและสารโปรแอนโทไซยานินดิน ซึ่งสารนี้จะช่วยเรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  ดังนั้นการทานส่วนผสมของอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมแครนเบอร์รี่เข้าไปจะช่วยให้อาการของไข้หวัดหายเร็วขึ้นและอาการไม่รุนแรงมากนัก
  3. ช่วยป้องกันการเป็นโรคปัสสาวะอักเสบ  เพราะโรคนี้มักจะเกิดจากการที่ร่างกายมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งใน แครนเบอร์รี่ จะมีสารที่ช่วยขับเชื้อแบคทีเรียตรงท่อปัสสาวะออกมาพร้อมกับปัสสาวะให้ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้

การรับประทานผลชอง แครนเบอร์รี่ มีทั้งการรับประทานแบบผลสดสด หรือบางคนชอบแบบอบแห้ง และบางคนก็ยังนำมาทำเป็นน้ำผลไม้กินก็มี แต่อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าแครนเบอร์รี่ ไม่ควรกินมากจนเกินไปเพราะมีผลต่อร่างกายด้วยเช่นกัน นอกจากอาจจะทำให้เป็นโรคนิ่วได้แล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้ท้องเสียได้อีกด้วยเพราะแครนเบอร์รี่มีรสชาติเปรี้ยว สำหรับคนที่ไม่เหมาะที่จะกินแครนเบอร์รี่ คือ หญิงที่กำลังตั้งท้องหรือกำลังอยู่ในช่วงที่ให้นมลูก และเด็กเล็กก็ไม่ควรกินแครนเบอร์รี่มากเกินไป กลุ่มคนทีแพ้ยากลุ่มแอสไพรินก็ไม่ควรกินแครนเบอร์รี่ เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

วิธีการดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้าต้องอดหลับอดนอนเพราะต้องอ่านหนังสือสอบ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร

          เคยกันไหมตอนที่เวลาอาจารย์สอน แล้วไม่ค่อยสนใจที่จะฟังที่อาจารย์พูด มัวแต่คุยเล่นกับเพื่อน หรือแอบงีบหลับ แล้วพอใกล้จะสอบก็จะมีไฟมาลนที่ก้นทำให้ต้องอ่านหนังสือสอบทุกวันแถมยังต้องอยู่อ่านหนังสือจนดึกจนดื่นกว่าจะได้นอน แล้วก็ยังต้องมาตื่นนอนแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนอีก ซึ่งการอดนอนแบบนี้บ่อยจะทำให้วัยทีนอย่างเราเพลียแล้ว สิวยังขึ้นเยอะอีกด้วย เรียกได้ว่านอนดึกไม่มีอะไรดีสักอย่างแต่ก็อดที่จะมาอ่านหนังสือสอบตอนดึกๆแบบนี้ไม่ได้ทุกที ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเมื่อต้องนอนดึกๆมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ 

  1. ตื่นเช้ามาให้ก่อนอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวกล้อง ผักและผลไม้ สารอาหารที่จะให้วิตามินซีสูง เพราะการที่เรานอนดึกร่างกายของเราจะไม่ได้ผลิตฮอร์โมนบางตัวที่จะมาช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณของเรา ทำให้ใบหน้าของเราถ้านอนดึกแล้วตื่นเช้ามาจะดูโทรม ใต้ตามีสีดำคล้ำ ไม่สวยสดใสสมวัย ดังนั้นจึงต้องกินวิตามินเหล่านี้เป็นตัวช่วยเสริมให้คงความสดใสของผิวพรรณไว้
  2. ช่วงกลางคืนที่นอนดึกควรจะต้องหาอะไรรองท้อง เช่น นมอุ่นๆ เพราะการที่เรานอนดึกร่างกายของเราต้องทำงานหนักอาหารที่กินไปตั้งแต่ตอนเย็นก็ย่อยหมดแล้วดังนั้นเมื่อถึงเวลากลางคืนจะทำให้ท้องของเราหิวได้ หากเราไม่หาอะไรกินแล้วนอนหลับไปเลย จะทำให้เรานอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิทเพราะกระเพาะอาหารยังหิวอยู่ดังนั้น นุ่มอุ่นๆสักแก้วก่อนนอนจะช่วยให้คุณคลายหิวได้และนอนหลับสบาย
  3. หากจำเป็นต้องนอนดึก แนะนำอย่าดื่มกาแฟ เพราะมีผลเสียต่อร่างกาย ให้เปลี่ยนมาดื่มโกโก้ร้อนแทน เพราะในโกโก้จะมีสารที่จะไปช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีกว่ากาแฟที่จะไปทำการกดประสาททำให้นอนไม่หลับ 
  4. อย่าอาบน้ำดึกจนเกินไปเพราะการที่เราอาบน้ำก่อนแล้วค่อยอ่านหนังจะช่วยให้เราตาสว่างและเมื่อเราเริ่มง่วงก็สามารถนอนหลับได้เลยแต่หากเราอ่านหนังสือจนง่วงแล้ว จึงค่อยไปอาบน้ำจะทำให้เรากลับมาตาสงว่างอีกรอบทีนี้ก็จะนอนไม่หลับเอาได้
  5. และในตอนเช้าที่เราตื่นนอนแต่เช้าแล้ว เราควรมีการออกกำลังบ้างเล็กน้อย ควรมีการบิดเนื้อบิดตัวเพื่อให้ร่างกายสดชื่น ตื่นเช้ามาพร้อมเจอกับข้อสอบที่โรงเรียนได้แล้ว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นของประเทศญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงการไปพักร้อน หรือ พักผ่อน ท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วนั้น ประเทศที่คนไทยมักเลือกไปเป็นอันดับหนึ่งจะเป็นประเทศไหนไปไม่ได้เลยนอกจากประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่สามารถแทรกซึมวัฒนธรรมอันมีลักษณะเฉพาะและโดดเด่นไปทั่วโลกได้  ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากลองไปเยือนประเทศนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และแน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบชาวตะวันออกเลยล่ะค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งก็มีเอกลักษณ์น่าจดจำและน่าประทับใจ ซึ่งเรามาดูกันค่ะว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. ฮาโกเนะ โควาคิเอ็น ยูเนสซัน (Hakone Kowakien Yunessun) หรือเรียกกันว่า สวนสนุกออนเซ็น เนื่องจากเป็นเรื่องของการแช่ออนเซ็นจึงได้มีการแบ่งโซนออกเป็น 2 โซน คือ โซนใส่ชุดว่ายน้ำ และโซนแบบที่ไม่ใส่ชุดว่ายน้ำ โดยส่วนมากที่นิยมกันจะเป็นแบบโซนใส่ชุดว่ายน้ำ เพราะมีไฮไลท์ออนเซ็นอยู่ที่โซนนี้ เช่น ภูเขาสไลเดอร์ออนเซ็นกลางแจ้ง บ่อออนเซ็นแปลกใหม่ ทั้งออนเซ็นบ่อกาแฟ บ่อไวน์ บ่อชาเขียว บ่อสาเก บ่อน้ำผึ้ง และรวมไปถึงห้องอบเซาว์น่าที่มีไว้คอยให้บริการอีกด้วย
  2. หมู่บ้านโออุจิจูคุ (Ouchi-Juku) ให้คุณได้ท่องไปในหมู่บ้านวัฒนธรรมจากยุคสมัยเอโดะโบราณตั้งแต่ระหว่างปี ค.ศ. 1603-1867 ที่ยังรักษาไว้มาถึงปัจจุบัน ให้คุณได้ท่องเที่ยวเหมือนหลุดไปอยู่กาลเวลาในอดีต ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีอายุกว่า 300 ปีที่มุงหลังคาด้วยฟางข้าว สิ้นสุดของที่ถนนสายหลักคุณจะเจอกับบันไดขึ้นไปที่วัด ซึ่งคุณสามารถเห็นวิวของหมู่บ้านที่สวยงามจากบนเขา ภายในหมู่บ้านยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และแหล่งที่พักสไตล์ญี่ปุ่นให้พักผ่อนด้วย
  3. บ้านผีสิงแห่งวิญญาณซากุระ (Haunted House – Ghost of Cherry Blossoms, Asakusa Hanayashiki) เป็นบ้านผีสิงในสวนสนุกอาซากุสะฮานะยาชิกิ ซึ่งเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1853 โดยธีมของบ้านผีสิงหลังนี้คือวิญญาณที่อาฆาตแค้นจากการโดนตัดต้นซากุระจึงทำให้ทุกคนตกอยู่ภายในคำสาป ให้คุณได้สัมผัสความน่ากลัวขนหัวลุก โดยคุณต้องเดินไปบนทางมืดๆแล้วเดินไปตามทางเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะเจอกับเหล่าผีวิญญาณ และเสียงชวนเขย่าขวัญให้คุณหวาดผวาได้ตลอดทางเลยค่ะ ใครอยากสัมผัสความหลอนมาลองดูกันนะคะ
  4. สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ.1882 เลยล่ะค่ะ ตั้งอยู่ภายในบริเวณของสวนอุเอโนะในกรุงโตเกียว สวนสัตว์มีพื้นที่กว่า 90 ไร่ ทำให้ภายในสวนสัตว์มีสัตว์มากมายหลายชนิดกว่า 3,000 ตัว ไฮไลท์ของสวนสัตว์แห่งนี้เลยคือเจ้าแพนด้าตัวใหญ่ยักษ์ ยิ่งไปกว่านั้นภายในสวนสัตว์ยังมีเจดีย์ 5 ชั้นและสถานที่จัดพิธีชงชาจากยุคศตวรรษที่ 17 อีกด้วย

 

สนับสนุนมาจาก   เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

ขั้นตอนการคุมกำเนินแบบธรรมชาติ

ขั้นตอนการคุมกำเนินแบบธรรมชาติด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ถ้ากลัวจะท้องต้องห้ามทำ

สำหรับการคุมกำเนิดนั้นมีมากมายหลายวิธี ทั้งแบบกินยาคุมและสวมใสถุงยางอนามัย หรือการคุมกำเนิดด้วยวิธีการแบบธรรมชาติ ซึ่งจะมีการคุมกำเนิดที่วัยรุ่นมักชอบใช้เพราะไม่ชอบถุงยางอนามัย แต่หารู้ไม่ว่ามันสามารถคุมกำเนินได้จริงจริง ดังนั้นวันนี้จะมาบอกวิธีการคุมกำเนิดที่มักทำกันซึ่งไม่ใช้วิธีการคุมกำเนินที่ถูกต้อง หากใครยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่คนห้ามทำสิ่งต่อไปนี้

  1. การหลั่งข้างนอก และการไม่ให้อสุจิไหลเข้าช่องคลอดด้วยการกลั้นและขมิบอสุจิเอาไว้  ซึ่งวิธีการนี้วัยรุ่นชอบทำการเป็นอย่างมาก เพราะง่ายและไม่ต้องเสียเงินจะทำตอนไหนก็ได้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในช่วงที่คุณคิดว่าคุณกลั้นไม่ให้น้ำอสุจิไหลเข้าช่องคลอดนั้น คุณได้กลั้นได้จริง 100 % หรือไม่เพราะความจริงที่ถูกต้องแล้วน้ำอสุจิจะไหลออกมาตั้งแต่ฝ่ายชายมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาแล้วดังนั้นการที่บอกว่าจะหลั่งน้ำอสุจิข้างนอกหรือไม่แต่จะขมิบไม่ให้น้ำอสุจิไหลเข้าช่องคลอดนั้นเป็นการคุมกำเนิดที่ผิดเป็นอย่างมากเพราะยังไงซะ อสุจิก็เข้าช่องคลอดไปบางส่วนตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว
  2. การล้างช่องคลอด วัยรุ่นหลายคนมักจะคิดว่าหากมีเพศสัมพันธ์กันแล้วให้รีบมาล้างน้ำออก โดยอาจจะมีการนำน้ำฉีดเข้าไปล้างในช่องคลอดซึ่งจะทำให้อสุจิไหลตามน้ำออกมาซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก การที่เราฉีดน้ำเข้าไปในช่องคลอดจะอาจจะทำให้ช่องคลอดเป็นแผล เกิดการอักเสบขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก
  3. การนับหน้าเจ็ดหลังเจ็ด เป็นความเชื่อที่มีกันมานานแล้วเกี่ยวกับการนับการมีความสัมพันธ์กันก่อนที่ประจำเดือนของฝ่ายหญิงจะมา 7 วันและหลังจากที่ประจำเดือนมาแล้ว 7 วันซึ่งวิธีนี้หมอบอกว่าสามารถทำได้แต่ก็ยังอยู่ในความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาได้เหมือนกัน
  4. การปัสสาวะออกทันทีเมื่อมีความสัมพันธ์กันเสร็จแล้ว วิธีการนี้ไม่ได้ช่วยลดปัญหาความเสี่ยงเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสในท่อทางเดินปัสสาวะแทนเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าการมีเพศสัมพันธ์หากไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยในการป้องกัน จะมีความเสี่ยงสูงในการติดต่อโรคที่สามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโรคติดเชื้อตามท่อของปัสสาวะ ดังนั้นหากมีการฉี่ออกมาเร็วหลังจากที่มีการมีเพศสัมพันธ์กันแล้วก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

สนับสนุนมาจาก  Gclub ฝากขั้นต่ำ50