หมวดหมู่: ท่องเที่ยว

อาหารที่คุณไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลี

คุณรู้กันไหมคะว่าหนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดเมื่อคุณได้มีโอกาสไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลีนั้น คือการตัดสินใจเลือกอาหารที่จะกินในแต่ละมื้อค่ะ เพราะอาหารอิตาเลี่ยนนั้นช่างมีมากมายนัก วันที่ไปเที่ยวก็มีจำกัด พื้นที่ในกระเพาะก็มีอยู่ไม่มากจะให้ทานอาหารทั้งหมดยังไงไหวใช่ไหมคะ ในบทความนี้เว็บ แทงหวยฮานอย  ของเราจะมาแนะนำอาหารอิตาเลี่ยนเด็ดๆที่คุณไม่ควรพลาดโดยเด็ดขาดเมื่อคุณได้ไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลีค่ะ

รีบหาสมุดมาจดเช็คลิสได้เลย โดยมีดังนี้ค่ะ

  1. พิซซ่า (Pizza) ถือเป็นอาหารประจำชาติและมีถิ่นกำเนิดมาจากอิตาลีเลยล่ะค่ะ ในเมื่อไปถึงที่แล้วจะพลาดพิซซ่าได้อย่างไรใช่ไหม โดยพิซซ่าของแท้ต้นตำรับที่อิตาลีนั้นจะใส่เครื่องหน้าพิซซ่าไม่กี่อย่างเท่านั้นค่ะ มีซอสมะเขือเทศสดเข้มข้น ชีส และน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ เพียงเท่านี้ก็อร่อยเหาะแล้วค่ะ
  2. ลาซานญ่า (Lasagna) อีกหนึ่งอาหารดั้งเดิมของอิตาลี ที่ทำจากแป้งพาสต้าแบบแบนสลับชั้นไปเรื่อยๆกับเนื้อบด ซอสมะเขือเทศ และชีส จากนั้นก็นำเข้าเตาอบแล้วอบจนสุกหอมน่าทานเป็นอันเสร็จค่ะ
  3. พาสต้าคาโบนาร่า (Pasta Carbonara) ใครที่ชอบความหอมมันของชีสไม่ควรพลาดเมนูนี้เลยค่ะ และใช่แล้วค่ะเป็นอีกหนึ่งในอาหารดั้งเดิมของอิตาลีอีกเหมือนกัน โดยสูตรต้นตำรับนั้นจะใช้ชีสจากนมแกะและครีม จึงทำให้อร่อยหอมมันกลมกล่อมเลยล่ะค่ะ
  4. สลัดขนมปัง (Panzanella) เป็นสลัดสไตล์อิตาเลี่ยนแบบดั้งเดิม โดยส่วนประกอบหลักๆเลยก็คือ ขนมปัง และ มะเขือเทศค่ะ ส่วนผักสลัดก็เปลี่ยนหมุนเวียนไปตามฤดูกาลต่างๆ ปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอกและน้ำส้มสายชู เป็นอีกเมนูอาหารเบาๆ ทานง่าย และเฮลตี้อีกด้วยค่ะ
  5. เจลาโต้ (Gelato) คือ ไอศกรีมที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลี โดยเป็นไอศกรีมที่ต้องทำสดใหม่ทุกๆวัน เจลาโต้นั้นจะต้องมีไขมันน้อย การปรุงแต่งสีกลิ่นและรสจะน้อยมาก เพื่อให้ได้รสชาติจากธรรมชาติของไอศกรีมได้อย่างดีที่สุดค่ะ เป็นของหวานที่ยังไงก็ห้ามพลาดนะคะ สามารถหาทานได้ทั่วทุกที่ของอิตาลีเลยล่ะค่ะ
  6. ทีรามิสุ (Tiramisu) อีกหนึ่งเมนูของหวานอร่อยๆจากอิตาลีค่ะ โดยทีรามิสุของที่นี่นั้นจะมีจุดเด่นของรสชาติจากกาแฟ ผงโกโก้ที่เข้มข้นจากขนมปังบิสกิตนุ่มๆและครีมชีสหอมมันค่ะ 
  7. ออสโซบูโก (Ossobuco alla Milanese) คือ สเต็กเนื้อ ที่เสิร์ฟคู่กับไวน์ขาว น้ำซุป และผัก เป็นอาหารอิตาเลี่ยนจานหนักที่ไม่ค่อยดังในหมู่คนไทยเท่าไหร่นัก แต่ที่ประเทศอิตาลีนั้นเป็นที่นิยมอย่างมากค่ะ 

 

ท่องเที่ยวเมืองสิชล

เมื่อพูดถึงเมืองสิชลแล้ว ไห้ถึงนึกนครสองธรรม คือจังหวัดนครศรีธรรมราชนั่นเอง อำเภอสิชลเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าพูดถึงแลนด์มาร์คที่นี่แล้วทุกคนคงจะร้องอ๋อกันเลยทีเดียวเชียวเพราะธรรมชาติที่สวยงามกับวัดประจำอำเภอเมืองสิชลแล้วทุกคนคงจะนึกภาพออกกันแล้วว่าสถานที่แรกที่เราจะพูดถึงคือ วัดเจดีย์ นั่นเอง

สำหรับคนที่ไม่ใช่คนนครศรีธรรมราชคงจะไม่เข้าใจอยู่ แต่ถ้าไห้บอกว่า ไอ้ไข่วัดเจดีย์คงจะร้องอ๋อยาวๆกันไปยาวๆเลยใช่ไหม นี่คือที่แรกที่เราจะแนะนำกัน หลายๆท่านคงเคยได้ยินกิตติศัพท์เกี่ยวกับไอ้ไข่วัดเจดีย์มาพอสมควร วัดเจดีย์มีตำนานมาเกือบร้อยปี เราจะไม่พูดถึงตำนานนะคะ

เดี๋ยวจะซ้ำหรือเปลี่ยนแปลง ไปจากเดิมใครที่มากราอบไหว้หรือบนขออะไรเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทองกับไอ้ไข่วัดเจดีย์ ร้อยทั้งร้อยขอพรได้ทุกคน เพราะทุกๆคนจากทั่วทุกสารทิศต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าศักดิ์สิทธิ์จริง ไม่ว่าจะชาวภาคเหนือหรือภาคกลางที่มาบนบานกับไอ้ไข่ที่วัดเจดีย์ต่างก็ต้องเช่าเหมารถคตู้มาแก้บนที่วัดเจดีย์อีกรอบ

ซึ่งของแก้บนก็มีพวกรูปปั้นไก่และอื่นๆ และอีกสถานที่หนึ่งถึงจะไม่ศักดิ์สิทธิ์แต่ธรรมชาติก็สวยงามไม้แพ้ทะเลภาคตะวันออกเลยนะ สถานที่นี้คือเขาพลายดำนั่นเองเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นภูเขาติดทะเล มีถนนเลียบชายฝั่งทะเลไห้ขับรถขึ้นไปถ่ายรูปสวยๆแล้วชมวิวได้ด้วยนะสถานที่นี้มีฉายาด้วยนะว่า มังกรแห่งทะเลใต้ แถมบนเขานั้นยังมีสัตว์ต่างๆเช่น กวาง  ผีเสื้อมากกว่า70ชนิด นกหลายๆชนิดอีกด้วย ธรรมชาติมากๆเลยใช่ไหมล่ะ

ถ้าสังเกตุดีๆจะมีโขดหินตามชายหาดที่เต็มไปด้วยรูปร่างต่างๆเรียงรายกันอยู่ตามชายหาด ชดหาดก็สะอาดสงบมากๆระดับหนึ่งเลยทีเดียว มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติมาตั้งแคมป์บริเวณหาดท้องยาง อีกทั้งหาดนี้ยังมีโลมามาแหวกว่ายและหาอาหารในท้องทะเลนี้อีกนะ ส่วนเนินโลมาเป็นหินขนาดใหญ่ยื่นลงไปในท้องทะเลและจุดนี้ยังเป็นที่ที่นักตกปลามาตกปลาบริเวณนี้

ซึ่งเป็นสวรรค์ของนักตกปลาจริงๆ อีกทั้งจุดนี้ยังเป็นจุดที่ชมโลมามาแหวกว่ายเล่นน้ำด้วยเช่นกัน เห็นไหมว่าเมืองสิชลนั้นก็น่าท่องเที่ยวไม่แพ้จังหวัดอื่นๆหรืออำเภออื่นๆเลย ลองมาเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอสิชลกันเยอะๆนะ รับรองว่าถ้ามาแล้วทุกท่านคงจะมีความสุขโดยไม่อยากกลับเลยทีเดียวเพราะทั้งสงบและมีธรรมชาติมากมายและมีวัดไห้ขอพรในเรื่องต่างๆได้อย่างเหลือเชื่อเลยล่ะ

 

ขอขอบคุณ  บาคาร่า  ที่ให้การสนับสนุน

เกาะนางยวนที่สุดของความฮิตจุดดำน้ำในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

  หากใครที่ชื่นชอบไปแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดสุราษฎร์ธานี วันนี้ทางเว็บ Gclub ฟรี 500 จะพาไปรู้จักกับเกาะแก่งอยู่มากมายจนได้รับฉายาว่า เมืองร้อยเกาะ แหล่งความงามตามธรรมชาติทางทะเลที่สวยงามและน่าสนใจ นอกจากจะขึ้นชื่อเรื่องทะเลสวยแล้ว ที่นี่ยังมีชื่อเสียงเกี่ยวกับสถานที่ดำนำที่งดงามเป็นอย่างมาก

หากใครที่ได้มาเที่ยวทะเลของจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นต้องอดใจไม่ได้ทุกครั้งไปที่จะต้องลองดำลงไปสัมผัสกับความงดงามภายใต้ท้องทะเล ซึ่งวันนี้เราจะรู้จักเกาะที่ชื่อว่า เกาะนางยวน ซึ่งเป็นเกาะที่ได้ชื่อว่าเป็นเกาะที่สวยที่สุดและติดอันดับความงาม 1 ใน 10 ของโลกเลยที่เดียวซึ่งเกาะแห่งนี้อยู่ใกล้กับเกาะเต่านิดเดียวเท่านั้นเอง

            เกาะนางยวน  ที่นี่เป็นแหล่งชมปะการังใต้น้ำที่เหมาะกับคนที่เพิ่งจะเคยลงเล่นน้ำชมปะการังครั้งแรก เนื่องจากที่เกาะนางยวนจะไม่ค่อยมีคลื่นมากวนใจ และไม่มีลมกรรโชกแรง น้ำทะเลที่นี่จึงค่อนข้างนิ่งสงบ สำหรับมือใหม่หัดดำน้ำมักจะมาเที่ยวที่นี่เพราะด้วยระดับความลึกของน้ำที่ไม่ค่อยลึกมากนัก ทำให้ง่ายต่อการที่จะมาเรียนฝึกหัดดำน้ำ

และสำหรับเกาะนางยวนนอกจากจะมีจุดเด่นเรื่องปะการังใต้น้ำที่สวยงามและน้ำไม่ลึกมากแล้ว ที่นี่น้ำทะเลยังใสมากจนสามารถมองเห็นความงามใต้น้ำได้เลย จนคุณรู้สึกได้ถึงความงดงามทางธรรมชาติใต้น้ำที่ไม่เคยพบเจอที่ไหนมาก่อน ที่นี่จะมีฝูงปลาหลายชนิด หลายสายพันธ์พากันแหวกว่ายเล่นน้ำไปมารอบๆเกาะ ซึ่งหากใครที่ชื่นชอบการถ่ายภาพใต้น้ำที่นี่ยังเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำกล้องลงไปบันทึกภาพใต้น้ำเพื่อนำมาเก็บไว้เป็นความทรงจำ เอาไว้ย้อนกลับมาดูภายหลังได้ คุณสามารถถ่ายภาพท่ามกลางฝูงปลามากมาย

และมีแบล็คกราวเป็นปะการังหลากสี ที่นี่นอกจากวิวใต้น้ำจะงดงามมากแล้ว ด้านบนของเกาะคุณก็ยังสามารถสัมผัสกับความงดงามของเกาะได้เช่นกันที่นี่จะมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นความงามรอบเกาะนางยวนได้ชัดมาก ซึ่งคนที่มาเที่ยวเกาะจะนิยมมาตรงจุดนี้กันเยอะใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแค่ 10 นาทีก็ถึง จุดชมวิวจะเป็นลานหินขนาดใหญ่มีพื้นที่กว้างขวางมาก

สามารถขึ้นมาดูความงามของพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกได้อย่างชัดเจนเป็นจุดเช็คอินที่ดีที่สุดอีกจุดหนึ่งของเกาะเลยก็ว่าได้ และหากเรายืนอยู่ด้านบนนี้และมองย้อนลงไปจะเห็นแนวสันทรายยาวสุดสายตาเป็นเหมือนถนนที่เชื่อมเกาะทั้งสามเกาะเอาไว้ด้วยกัน 

สถานที่ไม่ควรพลาดจังหวัดเลย

จังหวัดเลยเป็นจังหวัดที่อยู่ทางภาคอีสาน มีทั้งความเป็นธรรมชาติ วัฒนธรรมต่าง ๆที่เป็นเอกลักษณ์ของภาคอีสานมากมายที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาที่จังหวัดนี้

แก่งคุดคู้ เป็นสถานที่ ๆเหมาะสำหรับการดื่มด่ำบรรยากาศที่สุดแสนจะธรรมชาติ โดยเปิดให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถพายเรือไปตามลำน้ำเพื่อชมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติอันงดงามนี้ได้ และที่สำคัญยังเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ยอดเยี่ยมอีกด้วย

พระธาตุศรีสองรัก เป็นวัดที่มีโบราณสถานที่สำคัญของชาวจังหวัดเลย จุดเด่นอยู่ที่พระธาตุศรีสองรัก ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าอาณาจักรอยุธยากับอาณาจักรล้านช้างจะไม่แย่งชิงพื้นที่กัน และจะร่วมกันเพื่อกำจัดทัพของหงสาวดีอีกด้วย ชาวบ้านละแวกนั้นจะมีความเชื่อกันว่าพระธาตุศรีสองรักไม่ชอบสีแดง ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะมาเยี่ยมชม สักการะ บูชา ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีแดง เพื่อไม่เป็นการลบหลู่ความเชื่อของชาวบ้านในละแวกนั้น

พิพิธภัณฑ์ผีตาโขน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ตั้งอยู่ภายในของวัดโพนชัย เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเกี่ยวกับวัฒนธรรมต่าง ๆของคนในภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นการละเล่นต่าง ๆ หรือหัตกรรมพื้นบ้าน จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะกับการมาศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมของภาคอีสานควบคู่กันไปด้วย

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง เป็นอ่างเก็บน้ำสันเขื่อนดิน บรรยากาศรอบ ๆรายล้อมไปด้วยภูเขาสูง ที่อ่างเก็บน้ำนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถนำแพล่องออกไปเพื่อชมบรรยากาศความเป็นธรรมชาติได้ และยังมีเสื้อชูชีพเพิ่มความปลอดภัยให้สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลงเล่นน้ำอีกด้วย

สวนน้ำภูกระดึง เป็นสวนน้ำที่เป็นที่นิยมของคนในจังหวัดเลย ภายในสวนน้ำมีเครื่องเล่นต่าง ๆมากมาย แบ่งออกเป็นหลาย ๆโซนเพื่อให้เหมาะสำหรับวัยของผู้ที่มาเล่นสวนน้ำแห่งนี้อีกด้วย 

น้ำตกวังกวาง น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีทั้งหมด 10 ชั้นด้วยความสูงถึง 7 เมตร โดยสาเหตุที่ชื่อน้ำตกวังกวางมาจากบริเวณรอบ ๆน้ำตกเป็นที่อยู่อาศัยของกวางเป็นจำนวนมาก และน้ำตกแห่งนี้ก็เป็นที่ดื่มน้ำของพวกมันนั่นเอง ในบางครั้งจึงอาจเห็นกวางมาดื่มน้ำที่น้ำตกแห่งนี้

วัดศรีคุณเมือง เป็นวัดโบราณที่อยู่คู่กับจังหวัดเลยมานาน และมีพระพุทธปฏิมาประทับขัดสมาธิราบนาคปรกซึ่งเป็นพระประธานของวัดศรีคุณเมือง มีอายุกว่า 300 ปี จึงเป็นที่เคารพนับถือเป็นอย่างมากของชาวจังหวัดเลย 

ภูบ่อบิด เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามของจังหวัดเลย และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้แก่ผู้ที่ต้องการจะศึกษาธรรมชาติต่าง ๆหากมาในหน้าหนาวแล้วที่นี่ยังมีทะเลหมอกที่สวยงามให้ชมกันอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

เสริมดวงด้วยการตะเวนไหว้พระในกรุงเทพ

ในช่วงที่จิตใจสับสนอยากได้ที่พึ่งทางใจคนเราส่วนใหญ่ก็จะไปทำบุญไหว้พระ เพื่อขอพรให้จิตใจของเราสงบลง หรือบางครั้งในช่วงเทศกาลต่างๆ ครอบครัวส่วนใหญ่ก็มักจะพาลูกพาหลานไปทำบุญไหว้พระ วันนี้เรามาแนะนำวัดในเขตกรุงเทพมหานครที่คนส่วนใหญ่นิยมมาไหว้ขอพรกันทุกปี และเป็นวัดที่มีความหมายดีๆมาฝากกันค่ะ

  1. วัดพระศรีรัตนศาสดาราม เป็นวัดพระอารามหลวงที่อยู่ในพระบรมราชวัง เป็นวัดที่สำคัญยิ่งของคนไทยทุกคน เป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต พระคู่บ้านคู่เมืองของคนไทยมาเนิ่นนาน จึงมีการเรียกกันว่าวัดพระแก้ว สำหรับการมาไหว้พระแก้วมรกตนั้นทุกคนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเท่านั้นถึงจะเข้าไปได้ซึ่งที่นี่จะมีการกำหนดเวลาเข้าได้ทุกวันตั้งแต่ 8.30 -16.30 น.
  2. วัดอรุณราชวรารามวรมหาวิหาร การเดินทางเพียงนั่งเรือข้ามฟากมาจากทางฝั่งวัดพระแก้วก็ถึงแล้ว เพราะวัดอยู่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดที่คนไทยทุกคนให้ความเคารพนับถือและมักจะมากราบไหว้ขอพรกันอยู่เสมอ
  3. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร วัดนี้อยู่ฝั่งเดียวกับวัดอรุณ จุดเด่นของวัดนี้จะมีพระปรางมารวิชัย ที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อโต ประดิษฐานอยู่ภายในอุโบสถให้คนเข้าไปเคารพกราบไหว้ขอพร
  4. วัดระฆังโฆสิรารามวรมหาวิหาร  วัดแห่งนี้จะอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลศิริราช ที่นี่จะมีพระพุทธที่มีความงดงามเป็นอย่างมากโดยมีรูปเนื้อทองสำริด ปางสมาธิ  ผู้คนนิยมมาไหว้ขอพรเพื่อให้มีชื่อเสียงโด่งดังเหมือนกันชื่อของวัด
  5. วัดพระเชตพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร  หรือที่รู้จักกันดีในนามวัดโพธิ์ วัดแห่งนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่1  เป็นอีกวัดที่ผู้คนนิยมมากราบไหว้กันตลอดทุกวัน
  6. วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ราชวรมหาวิหาร ที่นี่จะตั้งอยู่ริมสนามหลวง ผู้คนส่วนใหญ่นิยมเรียกว่าวัดมหาธาตุ ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจมากมายและเป็นวัดที่สร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
  7. วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร  หรือที่รู้จักกันในนามวัดภูเขาทอง จุดเด่นของวัดนี้คือมีเจดีย์สีทองตั้งสูงเด่นโดยตั้งอยู่บนยอดของสุวรรณบรรพตมความสูงถึง 77 เมตร หากใครได้ขึ้นไปก็จะสามารถมองเห็นวิวของกรุงเทพได้โดยรอบ แต่ที่นี่จะมีการกำหนดเวลาเข้าชมโดยจะเปิดทุกวันเวลา 08.30-17.00 น.
  8. วัดราชนัดดารามวรวิหาร จุดเด่นของวัดนี้คือแบบจำลองโลหะปราสาท ที่จำลองมาจากประเทศศรีลังกา ชาวบ้านจึงเรียกวัดนี้ว่าวัดโลหะปราสาท ซึ่งที่วัดแห่งนี้จะมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามมาก เป็นอาคาร 7 ชั้นทางขึ้นเป็นบันไดวนสามารถขึ้นไปถ่ายรูปด้านบนได้ด้วย
  9. วัดสุทัศนเทพวราวรามราชวรวิหาร เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงามผู้คนนิยมเดินทางไปไหว้พระที่วัดนี้กันมาก

 

 

สนับสนุนโดย  สมัครคาสิโนออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์

สถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นของประเทศญี่ปุ่น

นักท่องเที่ยวไทยส่วนใหญ่เมื่อนึกถึงการไปพักร้อน หรือ พักผ่อน ท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วนั้น ประเทศที่คนไทยมักเลือกไปเป็นอันดับหนึ่งจะเป็นประเทศไหนไปไม่ได้เลยนอกจากประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่สามารถแทรกซึมวัฒนธรรมอันมีลักษณะเฉพาะและโดดเด่นไปทั่วโลกได้  ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากลองไปเยือนประเทศนี้สักครั้งหนึ่งในชีวิต และแน่นอนว่าสถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นย่อมไม่ทำให้ผิดหวัง เพราะคุณจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตแบบชาวตะวันออกเลยล่ะค่ะ สถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งก็มีเอกลักษณ์น่าจดจำและน่าประทับใจ ซึ่งเรามาดูกันค่ะว่าสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. ฮาโกเนะ โควาคิเอ็น ยูเนสซัน (Hakone Kowakien Yunessun) หรือเรียกกันว่า สวนสนุกออนเซ็น เนื่องจากเป็นเรื่องของการแช่ออนเซ็นจึงได้มีการแบ่งโซนออกเป็น 2 โซน คือ โซนใส่ชุดว่ายน้ำ และโซนแบบที่ไม่ใส่ชุดว่ายน้ำ โดยส่วนมากที่นิยมกันจะเป็นแบบโซนใส่ชุดว่ายน้ำ เพราะมีไฮไลท์ออนเซ็นอยู่ที่โซนนี้ เช่น ภูเขาสไลเดอร์ออนเซ็นกลางแจ้ง บ่อออนเซ็นแปลกใหม่ ทั้งออนเซ็นบ่อกาแฟ บ่อไวน์ บ่อชาเขียว บ่อสาเก บ่อน้ำผึ้ง และรวมไปถึงห้องอบเซาว์น่าที่มีไว้คอยให้บริการอีกด้วย
  2. หมู่บ้านโออุจิจูคุ (Ouchi-Juku) ให้คุณได้ท่องไปในหมู่บ้านวัฒนธรรมจากยุคสมัยเอโดะโบราณตั้งแต่ระหว่างปี ค.ศ. 1603-1867 ที่ยังรักษาไว้มาถึงปัจจุบัน ให้คุณได้ท่องเที่ยวเหมือนหลุดไปอยู่กาลเวลาในอดีต ภายในหมู่บ้านเต็มไปด้วยบ้านเรือนที่มีอายุกว่า 300 ปีที่มุงหลังคาด้วยฟางข้าว สิ้นสุดของที่ถนนสายหลักคุณจะเจอกับบันไดขึ้นไปที่วัด ซึ่งคุณสามารถเห็นวิวของหมู่บ้านที่สวยงามจากบนเขา ภายในหมู่บ้านยังมีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และแหล่งที่พักสไตล์ญี่ปุ่นให้พักผ่อนด้วย
  3. บ้านผีสิงแห่งวิญญาณซากุระ (Haunted House – Ghost of Cherry Blossoms, Asakusa Hanayashiki) เป็นบ้านผีสิงในสวนสนุกอาซากุสะฮานะยาชิกิ ซึ่งเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1853 โดยธีมของบ้านผีสิงหลังนี้คือวิญญาณที่อาฆาตแค้นจากการโดนตัดต้นซากุระจึงทำให้ทุกคนตกอยู่ภายในคำสาป ให้คุณได้สัมผัสความน่ากลัวขนหัวลุก โดยคุณต้องเดินไปบนทางมืดๆแล้วเดินไปตามทางเรื่อยๆ ระหว่างทางก็จะเจอกับเหล่าผีวิญญาณ และเสียงชวนเขย่าขวัญให้คุณหวาดผวาได้ตลอดทางเลยค่ะ ใครอยากสัมผัสความหลอนมาลองดูกันนะคะ
  4. สวนสัตว์อุเอโนะ (Ueno Zoo) เป็นสวนสัตว์ที่มีอายุเก่าแก่มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เพราะเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปีค.ศ.1882 เลยล่ะค่ะ ตั้งอยู่ภายในบริเวณของสวนอุเอโนะในกรุงโตเกียว สวนสัตว์มีพื้นที่กว่า 90 ไร่ ทำให้ภายในสวนสัตว์มีสัตว์มากมายหลายชนิดกว่า 3,000 ตัว ไฮไลท์ของสวนสัตว์แห่งนี้เลยคือเจ้าแพนด้าตัวใหญ่ยักษ์ ยิ่งไปกว่านั้นภายในสวนสัตว์ยังมีเจดีย์ 5 ชั้นและสถานที่จัดพิธีชงชาจากยุคศตวรรษที่ 17 อีกด้วย

 

สนับสนุนมาจาก   เปิดบัญชีคาสิโนขั้นต่ำ100

สวนสนุกน่าไปจากทั่วโลก

นักท่องเที่ยวหลายๆคน เมื่อไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆนั้น มักจะมีเช็คลิสสิ่งที่ต้องทำของตัวเองเมื่อไปเที่ยวที่นั้นๆ เช่น ถ่ายรูปกับแลนด์มาร์คสำคัญ กินอาหารร้านชื่อดัง ตระเวนกินสตรีทฟู๊ดส์ ซื้อของที่ระลึก ล่องเรือที่แม่น้ำ ชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ไปไหว้พระ เดินเล่นตลาดกลางคืน หรือแม้แต่การไปเที่ยวที่สวนสนุก ก็เป็นอีกหนึ่งเช็คลิสที่หลายๆคนเลือกทำเมื่อไปเที่ยวที่ประเทศต่างๆ เพราะ แต่ละประเทศก็มีบรรยากาศของสวนสนุกที่แตกต่างกัน และสวนสนุกยังเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย จะมากันเป็นครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อน ก็สามารถเข้าไปสนุก หัวเราะด้วยกันได้

ซึ่งสวนสนุกที่น่าไปจากทั่วโลก มีดังต่อไปนี้ค่ะ 

  1. Universal Studios ประเทศสิงคโปร์ สวนสนุกชื่อดังจากอเมริกาที่มาเปิดสาขาที่ประเทศสิงคโปร์ ภายในสวนสนุกแห่งนี้มีทั้งเครื่องเล่นและการแสดงโชว์ต่างๆ มากมาย โดยแบ่งโซนออกเป็น 7 โซนด้วยกันตามภาพยนตร์และอนิเมชั่นชื่อดังต่างๆ ซึ่งประกอบไปด้วย Hollywood, New York, Sci-Fi City, Far Far Away, Madagascar, The Lost World และ Ancient Egypt   
  2. Disneyland ปารีส ประเทศฝรั่งเศส สวนสนุกในโลกของเวทย์มนตร์ ดีสนีย์แลนด์อีกหนึ่งสวนสนุกชื่อดังที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก มีขนาดใหญ่และแฟรนไชน์ในหลายๆประเทศ โดยที่ดีสนีย์แลนด์ปารีสแบ่งพาร์คใหญ่ๆด้วยกัน 2 พาร์ค คือ ดีสนีย์แลนด์พาร์ค และ ดีสนีย์สตูดิโอ มีเครื่องเล่นที่แตกต่างกัน และมีชื่อเสียงอย่างมากที่ใครได้มาเป็นต้องเล่นกันทุกคนคือ Big Thunder Mountain, Pirates of the Caribbean, Crush’s Coaster, Indiana Jones™ and the Temple of Peril, Buzz Lightyear Laser Blast และ อีกมากมายเลยค่ะ
  3. Fuji-Q Highland ประเทศญี่ปุ่น สวนสนุกที่จะพาคุณหวาดเสียวไปถึงขีดสุด พร้อมกับให้คุณได้ชมวิวของภูเขาไฟฟูจิไปเต็มๆ เพราะสวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดยามานาชิ บริเวณทะเลสาบที่มีชื่อเสียงอย่างทะเลสาบคาวาคูจิโกะ มีเครื่องเล่นที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Fujiyama ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 จากนักท่องเที่ยว เป็นรถไฟเหาะที่มีความสูงมากเสมือนภูเขาไฟฟูจิดั่งชื่อของเครื่องเล่นเลย 
  4. Legoland ประเทศมาเลเซีย สวนสนุกเลโก้แห่งแรกในเอเชีย ที่สวนสนุกแห่งนี้ยังมีรีสอร์ทอีกด้วย เหมาะแก่การมาเที่ยวแบบครอบครัวอย่างมาก เลโก้แลนด์แห่งนี้เป็นสวนสนุกที่เหล่าเด็กๆต้องชอบกันแน่นอนค่ะ เพราะมีเครื่องเล่นนานาชนิดให้เด็กได้สนุกกัน ภายในแบ่งเป็น 7 โซนด้วยกัน ได้แก่ The Beginning, Lego Technique, Lego Kingdom, Imagination, Land of Adventure, Lego City และ โซน Miniland ค่ะ
  5. Discovery Cove ของสหรัฐอเมริกา สวนสนุกในธีมแบบสวนน้ำขนาดย่อมๆ ที่นี่ไม่ต้องห่วงเรื่องการเข้าคิวรอเล่นเครื่องเล่นเลยสักนิด เพราะมีการจำกัดนักท่องเที่ยวให้เข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกแค่เพียง 1,000 คนต่อรอบเท่านั้น เพราะด้วยการจำกัดคนเลยทำให้บริการนักท่องเที่ยวได้อย่างดีและทั่วถึง ภายในมีการตกแต่งแบบจำลองทะเลมาไว้ในสวนสนุกทั้ง ชายหาด แนวปะการัง สัตว์น้ำสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด เช่น ปลาโลมา ปลากระเบน ฯลฯ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ole777

ทริปไหว้องค์เทพทันใจที่พม่ามีดังนี้ 

ถ้าจะให้เอ่ยถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยและชาวพม่าที่นิยมไปกลับไหว้และเป็นการเดินทางไปขอพรเพื่ออยากให้สมหวังกับสิ่งที่ตนนั้นปรารถนาซึ่งเรื่องราวเหล่านี้เราคิดว่าหลายคนคงจะนึกออก ว่าเรากำลังพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับอะไรแน่นอนคำว่าองค์เทพทันใจที่อยู่เมืองพม่าที่เรากำลังพูดถึงอยู่นั้นหากมีใครได้ไปกราบไหว้ขอพรถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ดียิ่งนัก 

แต่เรามักจะเห็นได้ว่าเทพทันใจที่อยู่ในประเทศของพม่ามีอยู่หลายองเลยทีเดียวดังนั้นตรงไหนกันแน่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ที่เราควรไปเคารพบูชาซึ่งวันนี้เราก็มีการแนะนำสุดยอดขององค์เทพที่อยู่ที่พม่าที่เราควรไปสักการะบูชาให้ได้ซึ่งเราสามารถทำได้ดังนี้  

สำหรับกรุงเทพที่คนมักนิยมไปไหว้มีดังนี้ 

เทพทันใจนัตโบโบยี เจดีย์โบตาทาวน์ 

สำหรับองค์เทพองค์นี้ถือได้ว่ามีชื่อเสียงสำหรับชาวไทยของเรามากที่สุดซึ่งเราชาวพม่าเหล่านั้นได้มีความเชื่อกันอยู่ว่าเทพทันใจองค์นี้เป็นเทพที่คอยปกปักรักษาเกี่ยวกับเรื่องแพ็คเกจธาตุในเจดีย์โบตาทาวน์เพราะชาวพม่าได้ให้ความนับถือเป็นอย่างมากซึ่งเทพองนี้ถือได้ว่าจะให้พรเกี่ยวกับการเงินการงานค้าขายความรัก และเรื่องโชคลาภยิ่งโดยเฉพาะเรื่องเงินเงินทองทองบารมีเพื่อเป็นการเสริมดวงให้ชีวิตราบรื่นในทุกๆด้านนั่นเอง 

สำหรับการไหว้เพื่อเป็นการขอพรนั้นสิ่งที่ควรนำไปสักการะนั่นก็คือดอกไม้บนเม้ด้วยผลไม้เรานั้นประกอบไปด้วยมะพร้าวอ่อนกล้วยและวิธีในการขอพรหรือขั้นตอนในการขอพรนั้นจะเป็นการให้บุคคลที่ไปขอพรนำธนบัตรจำนวนสองใบด้วยกันเพื่อนำไปใส่ไว้ที่มือท่านจากนั้นก็ทำการอธิฐานขอพร ตามสิ่งที่ท่านต้องการขอหรืออยากได้เสร็จจากนั้นให้ดึงธนบัตรกลับคืนมาหนึ่งใบด้วยกันเพื่อทำการเก็บรักสาทำธนบัตรใบนั้นเอาไว้ขั้นตอนสุดท้ายในการกราบไหว้ขอพรให้ท่านเอาหน้าผากของท่านไปแต่ที่นิ้วชี้ของเทพเพื่อให้พรสมดังใจหมาย

เชื่อกันว่าหากมีการเอาหน้าผากไปแตะที่ปลายนิ้วแล้วนั้นจะเป็นการสัมฤทธิ์ผลอย่างรวดเร็วส่วนคำอธิฐานในการขอพรองค์เทพทันใจแต่ละครั้งนั้นเคล็ดลับของมันมีอยู่ว่าต้องเป็นการขอพรเพียงข้อเดียวเท่านั้นและไม่ควรเปลี่ยนคำขอพรแม้แต่ครั้งเดียวจงมุ่งมั่นในพรที่อยากได้เพียงแค่หนึ่งข้อเท่านั้น 

สำหรับการเดินทางนั้นหากท่านมีความประสงค์ที่จะเดินทางด้วยตัวเองก็สามารถไปได้เพราะการเดินทางก็ไม่ได้ยากเท่าไหร่นักแต่สำหรับท่านที่ไม่รู้หรือไม่เคยเดินทางด้วยตัวเองมาก่อนก็สามารถ ไปกับทัวร์ได้เลยซึ่งตัวเรานั้นจะเป็นการพาท่านไปในที่ต่างๆนอกจากสถานที่ที่ไปไหว้องค์เทพแล้วยังมีที่ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งให้ท่านได้พร้อมไปเที่ยวอย่างจุใจ          

 

ขอบคุณเรื่องราวโดย  เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

เที่ยวซาฟารีเวิลด์กันอีกครั้ง

สำหรับครั้งที่แล้วเราได้มีการพาทุกคนไปเที่ยวที่สวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ในโซนของสัตว์ป่ากันแล้ววันนี้อย่างที่เคยสัญญากันไว้เราจะมาแนะนำจุด เที่ยวในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ที่ ที่เป็นโซนของการแสดงเรามาเที่ยวไปพร้อมกันค่ะสำหรับที่นี่เมื่อเราจอดรถเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ทางเข้าก็จะมีร้านค้าที่ขายขนมและเครื่องดื่มอยู่หลายร้าน แต่ขนมและน้ำที่นี่จะค่อนข้างมีราคาสูงและขายแพงกว่าร้านค้าข้างนอกเป็นเท่าตัวเมื่อเราเดินผ่านจุดที่ขายอาหารแล้วจะมาเจอกับสะพานข้ามคลองซึ่งตรงจุดนี้เราจะสามารถเช่าเรือถีบ

เพื่อเชิญชมบรรยากาศภายในคลองได้ที่นี้ต้นไม้ร่มรื่น

ทำให้อากาศเย็นสบายไม่ร้อนอบอ้าวและหากเราหิวที่ซาฟารีเวิลด์จะมีจุดที่เรียกว่าโซนอาหารคอยบริการขายอาหารให้มีทั้งอาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยวหรือแม้แต่ส้มตำน้ำตกก็มีที่สำคัญรสชาติของอาหารก็พอรับประทานได้และหากเรากินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้วเราสามารถไปเริ่มกิจกรรมกันได้ซึ่งจะมีจุด ที่เป็นไฮไล้ อยู่หลายจุดด้วยกันเช่นการป้อนอาหารยีราฟซึ่งเราสามารถที่จะขึ้นไปบนระเบียงแล้วให้อาหารยีราฟจากมือของเราได้เลยรวมถึงยังมีการแสดงการป้อนอาหารเสือ และถัดไปอีกหน่อยก็จะมีการแสดงโชว์ของช้างซึ่งการแสดงเหล่านี้จะเป็นการแสดงที่จัดแสดงในช่วงเช้าก่อนเที่ยง

ดังนั้นหากเราต้องการชมการแสดงเหล่านี้เราจึงต้องควรมาถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงเช้าเช้าและตกบ่าย ก็จะมีการจัดแสดงโชว์ของปลาโลมาซึ่งการแสดงนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวกันเป็นจำนวนมากเพราะนอกจา เราจะเห็นโลมาอย่างใกล้ชิดแล้วและยังสามารถถ่ายรูปคู่กับโลมา ได้อีกด้วย

และนอกจากเราจะเพิ่มเพลินกับเราโลมาที่ 100,000 น่ารักแล้วยังมีการแสดงที่คนนิยมไปดูกันมากนั่นก็คือการแสดงของแมวน้ำและนอกจากนี้ภายในสวนสัตว์ซาฟารีเวิลด์ ยังมีโซนหลากหลายให้เราเข้าเยี่ยมชมไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงของนกเงือกหรือจะเป็นสัตว์ชนิดต่างๆทั้งนกแก้ว    นกมาคอ จิงโจ้และหนูยักษ์คาพีบาร่า และการแสดงอื่นๆอีกมากมาย และที่นี่จะยังการจัดโซนให้เล่นเกม

ซึ่งมีทั้งเกมปาลูกดอก เกมปาเป้ามากมาย และที่สำคัญมีจุดร่องเรือที่เราจะสามารถร่องเรือแล้วชมความงามของธรรมชาติ รวมถึงมีการจำลองเหตุการณ์และการจำลองสัตว์ไว้สองข้างทางทำให้เราไม่เบื่อระหว่างที่เรือลอยไปตามน้ำ นี่เป็นเพียงกิจกรรมคร่าวที่เราจะสามารถเที่ยวได้ที่ซาฟารีแต่หากคนได้ไปเที่ยวจริงๆแล้วคุณจะชอบกับความน่ารักของสัตว์ที่มาแสดงให้เราได้ดูกัน

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย เว็บบาคาร่าฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ

พาเที่ยววัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พาเที่ยววัดพนัญเชิงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เป็นอีกวัดที่มีความสำคัญยิ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุมากกว่าหลายร้อย ปีมาแล้ว ซึ่งวัดพนัญเชิงจะอยู่ไม่ไกลจากวัดใหญ่ชัยมงคลมากนักเดินทางเข้าไปประมาณ 1.5 กิโลถึงสองกิโลเมตรก็จะถึงวัดพนัญเชิงแล้วซึ่งวัดจะอยู่ทางด้านขวามือ   วัดพนัญเชิงถือว่าเป็นวัดพระอารามหลวงมีประวัติมาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ตามประวัติศาสตร์คาดว่ามีการสร้างวัดพนัญเชิงมาตั้งแต่ ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยาจะเสียกรุงเสียอีกและที่สำคัญไม่มีปรากฏในหน้าประวัติศาสตร์ว่าวัดพนัญเชิงใครเป็นผู้สร้างขึ้นมา

แต่ก็มีบางตำรากล่าวไว้ว่าผู้ที่สร้างวัดพนัญเชิงนั้นคือ

พระเจ้าสายน้ำผึ้งซึ่งแต่เดิมพระเจ้าสายน้ำผึ้งได้พระราชทานนามวัดพนัญเชิงว่าวัดพระนางเชิงแต่ต่อมาก็มีการออกเสียงเพี้ยนมาเป็นวัดพนัญเชิง โดยข้อมูลนี้ยึดจากหนังสือพงศาวดารเหนือ สำหรับพระพุทธรูปที่เป็นที่เคารพกราบไหว้ของวัดนี้ก็คือหลวงพ่อโตซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระปางมารวิชัยขาดสมาธิราบ  สำหรับหลวงพ่อโตนี้ถือได้ว่าเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยทีเดียว

โดยปกติแล้วเมื่อถึงวันครบรอบวันเกิดของสมาชิกทุกคนในบ้านก็มักจะพากันมาทำบุญไหว้พระที่นี่กันเป็นประจำโดยเมื่อก่อนเวลาคนที่ไปไหว้หลวงพ่อโตจะสามารถทำพิธีกรรมห่มผ้าให้กับหลวงพ่อโตได้แต่ในปัจจุบันมีการยกเลิกการห่มผ้าให้หลวงพ่อโตไปแล้วจะเป็นเพียงแค่เปิดให้เข้าไปสักการะกราบไหว้บูชาหลวงพ่อโตเท่านั้น

สำหรับหลวงพ่อโตนอกจากจะเป็นที่นับถือในหมู่ของคนไทยแล้วในหมู่ของคนจีนก็ยังเป็นที่นับถือเคารพบูชาโดยทุกๆปีคนจีนจะมีการจัดงาน เพื่อให้ประชาชนคนจีนได้มาเคารพกลับไหว้หลวงพ่อโตหรือตามเทศกาลใหญ่ใหญ่อย่างเช่น งานสงกรานต์  งานสรงน้ำ งานเทกระจาด หรือแม้แต่งานตรุษจีนเทศกาลเหล่านี้ชาวจีนต่างก็พากันมากลับไหว้หลวงพ่อโตด้วยกันทั้งสิ้น

โดยชาวจีนส่วนใหญ่ที่นับถือหลวงพ่อโตจะเรียกท่านว่าซาประกงสำหรับวัดพนัญเชิงเปิดให้ผู้คนเข้าไปเคารพกลับไหว้หลวงพ่อโตได้ตั้งแต่เวลา 07:00 น. จนถึง 18:00 น. ของทุกวัน

ซึ่งเราสามารถเข้าไปกับวายได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายนอกจากหลวงพ่อโตที่เป็นจุดเด่นของวัดพนัญเชิงแล้วภายในวัดพนัญเชิญยังมีพระพุทธรูปที่สำคัญอีกหลายรูปไม่ว่าจะเป็นพระพุทธรูปนาค พระพุทธรูปปูน และพระพุทธรูปทองคำที่สำคัญที่วัดพนัญเชิงแห่งนี้ยังมีตำหนักเจ้าแม่สร้อยดอกหมากซึ่งอยู่ใกล้กับแม่น้ำป่าสักให้ประชาชนได้เข้าไปเคารพกลับไหว้อีกด้วย

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย Gclub ฝากถอนไม่มีขั้นต่ำ