Category: สุขภาพ

Cranberry  ผลไม้ที่ให้ผลดีต่อสุขภาพ

  แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้รสเปรี้ยวมีผลขนาดเล็กมีลักษณะสีแดงสด ซึ่งมีหลากหลายสายพันธุ์ นิยมเป็นกันทั้งในประเทศอเมริกาและประเทศอังกฤษเป็นศูนย์รวมของวิตามินและเกลือแร่ ทั้งวิตามินซี วิตามินอีก และวิตามินเค และยังมีแมงกานิสและทองแดงรวมอยู่ด้วย

ซึ่งสารอาหารที่กล่าวไปทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้น คุณรู้หรือไม่ว่าในแครนเบอร์รี่ยังมีสารที่ชื่อว่ากรดซาลิไซลิก ซึ่งสารนี้เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของยากแอสไพรินที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการบวม ป้องกันไม่ให้เกิดลิ่มเลือดและยังมีสารการต่อต้านโรคมะเร็ง แต่ก็ใช่ว่าการกินแครนเบอร์รี่จะมีแต่ผลดีอย่างเดียว ผลเสียก็มีเช่นเดียวกันซึ่งหากเรามีการกินแครนเบอร์รี่ มากเกินไปจะทำให้มีร่างกายมีกรดซาลิไซลิกมากเกินความจำเป็นซึ่งจะส่งผลเสียมากกว่าผลดีเพราะจะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดไปโรคนิ่วในไตได้เช่นกัน

สำหรับแครนเบอร์รี่มีประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาและป้องกันการเกิดโรคหลายอย่างด้วยกันเช่น 

  1. มีประโยชน์กับหัวใจ เพราะในแครนเบอร์รี่มีสารอาหารที่มีประโยชน์อยู่มากมายจึงสามารถลดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด รวมถึงลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดเลือดลิ่มอุดตันตามอวัยวะต่างๆได้ด้วย
  2. ช่วยบรรเทาไม่ให้ไข้หวัดมีอาการที่รุนแรงมากนัก เพราะแครนเบอร์รี่มีสารพอลีฟีนอลและสารโปรแอนโทไซยานินดิน ซึ่งสารนี้จะช่วยเรื่องของการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย  ดังนั้นการทานส่วนผสมของอาหารและเครื่องดื่มที่ผสมแครนเบอร์รี่เข้าไปจะช่วยให้อาการของไข้หวัดหายเร็วขึ้นและอาการไม่รุนแรงมากนัก
  3. ช่วยป้องกันการเป็นโรคปัสสาวะอักเสบ  เพราะโรคนี้มักจะเกิดจากการที่ร่างกายมีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งใน แครนเบอร์รี่ จะมีสารที่ช่วยขับเชื้อแบคทีเรียตรงท่อปัสสาวะออกมาพร้อมกับปัสสาวะให้ทำให้ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้

การรับประทานผลชอง แครนเบอร์รี่ มีทั้งการรับประทานแบบผลสดสด หรือบางคนชอบแบบอบแห้ง และบางคนก็ยังนำมาทำเป็นน้ำผลไม้กินก็มี แต่อย่างที่เคยบอกไปแล้วว่าแครนเบอร์รี่ ไม่ควรกินมากจนเกินไปเพราะมีผลต่อร่างกายด้วยเช่นกัน นอกจากอาจจะทำให้เป็นโรคนิ่วได้แล้ว ยังเสี่ยงที่จะทำให้ท้องเสียได้อีกด้วยเพราะแครนเบอร์รี่มีรสชาติเปรี้ยว สำหรับคนที่ไม่เหมาะที่จะกินแครนเบอร์รี่ คือ หญิงที่กำลังตั้งท้องหรือกำลังอยู่ในช่วงที่ให้นมลูก และเด็กเล็กก็ไม่ควรกินแครนเบอร์รี่มากเกินไป กลุ่มคนทีแพ้ยากลุ่มแอสไพรินก็ไม่ควรกินแครนเบอร์รี่ เช่นเดียวกัน

 

สนับสนุนโดย  วิธีเล่นบาคาร่าให้รวย

วิธีการดูแลตัวเองอย่างไร

ถ้าต้องอดหลับอดนอนเพราะต้องอ่านหนังสือสอบ มีวิธีการดูแลตัวเองอย่างไร

          เคยกันไหมตอนที่เวลาอาจารย์สอน แล้วไม่ค่อยสนใจที่จะฟังที่อาจารย์พูด มัวแต่คุยเล่นกับเพื่อน หรือแอบงีบหลับ แล้วพอใกล้จะสอบก็จะมีไฟมาลนที่ก้นทำให้ต้องอ่านหนังสือสอบทุกวันแถมยังต้องอยู่อ่านหนังสือจนดึกจนดื่นกว่าจะได้นอน แล้วก็ยังต้องมาตื่นนอนแต่เช้าเพื่อไปโรงเรียนอีก ซึ่งการอดนอนแบบนี้บ่อยจะทำให้วัยทีนอย่างเราเพลียแล้ว สิวยังขึ้นเยอะอีกด้วย เรียกได้ว่านอนดึกไม่มีอะไรดีสักอย่างแต่ก็อดที่จะมาอ่านหนังสือสอบตอนดึกๆแบบนี้ไม่ได้ทุกที ดังนั้นวันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการดูแลตัวเองเมื่อต้องนอนดึกๆมาฝากเพื่อนๆกันค่ะ 

  1. ตื่นเช้ามาให้ก่อนอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ข้าวกล้อง ผักและผลไม้ สารอาหารที่จะให้วิตามินซีสูง เพราะการที่เรานอนดึกร่างกายของเราจะไม่ได้ผลิตฮอร์โมนบางตัวที่จะมาช่วยดูแลเรื่องผิวพรรณของเรา ทำให้ใบหน้าของเราถ้านอนดึกแล้วตื่นเช้ามาจะดูโทรม ใต้ตามีสีดำคล้ำ ไม่สวยสดใสสมวัย ดังนั้นจึงต้องกินวิตามินเหล่านี้เป็นตัวช่วยเสริมให้คงความสดใสของผิวพรรณไว้
  2. ช่วงกลางคืนที่นอนดึกควรจะต้องหาอะไรรองท้อง เช่น นมอุ่นๆ เพราะการที่เรานอนดึกร่างกายของเราต้องทำงานหนักอาหารที่กินไปตั้งแต่ตอนเย็นก็ย่อยหมดแล้วดังนั้นเมื่อถึงเวลากลางคืนจะทำให้ท้องของเราหิวได้ หากเราไม่หาอะไรกินแล้วนอนหลับไปเลย จะทำให้เรานอนไม่ค่อยหลับหรือหลับไม่สนิทเพราะกระเพาะอาหารยังหิวอยู่ดังนั้น นุ่มอุ่นๆสักแก้วก่อนนอนจะช่วยให้คุณคลายหิวได้และนอนหลับสบาย
  3. หากจำเป็นต้องนอนดึก แนะนำอย่าดื่มกาแฟ เพราะมีผลเสียต่อร่างกาย ให้เปลี่ยนมาดื่มโกโก้ร้อนแทน เพราะในโกโก้จะมีสารที่จะไปช่วยให้เลือดมีการไหลเวียนไปเลี้ยงสมองได้ดีกว่ากาแฟที่จะไปทำการกดประสาททำให้นอนไม่หลับ 
  4. อย่าอาบน้ำดึกจนเกินไปเพราะการที่เราอาบน้ำก่อนแล้วค่อยอ่านหนังจะช่วยให้เราตาสว่างและเมื่อเราเริ่มง่วงก็สามารถนอนหลับได้เลยแต่หากเราอ่านหนังสือจนง่วงแล้ว จึงค่อยไปอาบน้ำจะทำให้เรากลับมาตาสงว่างอีกรอบทีนี้ก็จะนอนไม่หลับเอาได้
  5. และในตอนเช้าที่เราตื่นนอนแต่เช้าแล้ว เราควรมีการออกกำลังบ้างเล็กน้อย ควรมีการบิดเนื้อบิดตัวเพื่อให้ร่างกายสดชื่น ตื่นเช้ามาพร้อมเจอกับข้อสอบที่โรงเรียนได้แล้ว

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  คาสิโนออนไลน์ฝากไม่มีขั้นต่ำ

ขั้นตอนการคุมกำเนินแบบธรรมชาติ

ขั้นตอนการคุมกำเนินแบบธรรมชาติด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ถ้ากลัวจะท้องต้องห้ามทำ

สำหรับการคุมกำเนิดนั้นมีมากมายหลายวิธี ทั้งแบบกินยาคุมและสวมใสถุงยางอนามัย หรือการคุมกำเนิดด้วยวิธีการแบบธรรมชาติ ซึ่งจะมีการคุมกำเนิดที่วัยรุ่นมักชอบใช้เพราะไม่ชอบถุงยางอนามัย แต่หารู้ไม่ว่ามันสามารถคุมกำเนินได้จริงจริง ดังนั้นวันนี้จะมาบอกวิธีการคุมกำเนิดที่มักทำกันซึ่งไม่ใช้วิธีการคุมกำเนินที่ถูกต้อง หากใครยังไม่พร้อมที่จะเป็นพ่อแม่คนห้ามทำสิ่งต่อไปนี้

  1. การหลั่งข้างนอก และการไม่ให้อสุจิไหลเข้าช่องคลอดด้วยการกลั้นและขมิบอสุจิเอาไว้  ซึ่งวิธีการนี้วัยรุ่นชอบทำการเป็นอย่างมาก เพราะง่ายและไม่ต้องเสียเงินจะทำตอนไหนก็ได้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าในช่วงที่คุณคิดว่าคุณกลั้นไม่ให้น้ำอสุจิไหลเข้าช่องคลอดนั้น คุณได้กลั้นได้จริง 100 % หรือไม่เพราะความจริงที่ถูกต้องแล้วน้ำอสุจิจะไหลออกมาตั้งแต่ฝ่ายชายมีน้ำหล่อลื่นไหลออกมาแล้วดังนั้นการที่บอกว่าจะหลั่งน้ำอสุจิข้างนอกหรือไม่แต่จะขมิบไม่ให้น้ำอสุจิไหลเข้าช่องคลอดนั้นเป็นการคุมกำเนิดที่ผิดเป็นอย่างมากเพราะยังไงซะ อสุจิก็เข้าช่องคลอดไปบางส่วนตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว
  2. การล้างช่องคลอด วัยรุ่นหลายคนมักจะคิดว่าหากมีเพศสัมพันธ์กันแล้วให้รีบมาล้างน้ำออก โดยอาจจะมีการนำน้ำฉีดเข้าไปล้างในช่องคลอดซึ่งจะทำให้อสุจิไหลตามน้ำออกมาซึ่งความเชื่อนี้เป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก การที่เราฉีดน้ำเข้าไปในช่องคลอดจะอาจจะทำให้ช่องคลอดเป็นแผล เกิดการอักเสบขึ้นได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก
  3. การนับหน้าเจ็ดหลังเจ็ด เป็นความเชื่อที่มีกันมานานแล้วเกี่ยวกับการนับการมีความสัมพันธ์กันก่อนที่ประจำเดือนของฝ่ายหญิงจะมา 7 วันและหลังจากที่ประจำเดือนมาแล้ว 7 วันซึ่งวิธีนี้หมอบอกว่าสามารถทำได้แต่ก็ยังอยู่ในความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เกิดการตั้งครรภ์ขึ้นมาได้เหมือนกัน
  4. การปัสสาวะออกทันทีเมื่อมีความสัมพันธ์กันเสร็จแล้ว วิธีการนี้ไม่ได้ช่วยลดปัญหาความเสี่ยงเกี่ยวกับการตั้งครรภ์แต่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสในท่อทางเดินปัสสาวะแทนเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่าการมีเพศสัมพันธ์หากไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยในการป้องกัน จะมีความเสี่ยงสูงในการติดต่อโรคที่สามารถติดต่อกันทางเพศสัมพันธ์ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือโรคติดเชื้อตามท่อของปัสสาวะ ดังนั้นหากมีการฉี่ออกมาเร็วหลังจากที่มีการมีเพศสัมพันธ์กันแล้วก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้

สนับสนุนมาจาก  Gclub ฝากขั้นต่ำ50