Month: พฤษภาคม 2020

จัดกระเป๋าอย่างไรให้ประหยัดพื้นที่ที่สุด

ในการไปท่องเที่ยวนั้นนอกจากการแพลนทริปการจัดการที่พักเพื่อให้สามารถที่จะเที่ยวได้อย่างสะดวกสบายแล้วนั้นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือเรื่องการจัดกระเป๋าในการไปเที่ยวนั่นเอง เพราะการจัดกระเป๋านั้นจะสามารถช่วยให้เรานั้นลดความเหนื่อยล้าในขณะเดินทางได้หรือช่วยให้สามารถซื้อของใช้ของฝากกลับมาจากการไปเที่ยวได้ในปริมาณที่เยอะขึ้นด้วยนั่นเอง

โดยการจดกระเป๋านั้นจะจัดอย่างไรให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด การที่จะสามารถประหยัดพื้นที่ได้นั้นสิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือเรื่องขนาดของกระเป๋า เพราะขนาดของกระเป๋ามีผลต่อการจัดการพื้นที่นั่นเอง และวันเดินทางท่องเที่ยวก็ถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการจัดกระเป๋าด้วย ดังนั้นแล้วก็ต้องทำหารสำรวจก่อนว่าเรานั้นจะต้องเดินทางท่องเที่ยวกี่วันและควรใช้กระเป๋าขนาดเท่าไหร่ เพราะถ้าหากเรานั้นเลือกใช้กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก เช่นขนาดยี่สิบนิ้ว แต่เรานั้นจะต้องเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นเวลา5วัน ซึงถามวาขนาดกระเป๋าเท่านี้นั้นเพียงพอหรือเปล่า

ก็ต้องว่าสำรวจว่าชาวงที่เราเดินทางไปท่องเที่ยวนั้นเป็นช่วงฤดูไหน ถ้าหากเป็นฤดูร้อยก็ตอบเลยว่าจำนวนวันและขนาดกระเป๋านั้นเพียงพอต่อการไปท่องเที่ยว แต่อาจจะไม่สามารถซื้อของใช้หรือของฝากกลีบมาได้ในประมาณมากนั่นเอง เพราะถ้าคิดเป็นสัดส่วนกระเป๋าและจำนวนวันนั้นก็กินพื้นที่ในการใส่ของนั้นไปเกือบหมดแล้วเพราะด้วยขนาดกระเป๋าที่เล็กนั่นเอง แต่ถ้าหากเป็นการเดินทางท่องเที่ยวในฤดูหนาวนั้นบอกเลยว่าขนาดกระเป๋านั้นไม่เพียงพอต่อการใส่ของและเสื้อผ้าอย่างแน่นอน ดังนั้นการเลือกขนาดกระเป๋าเดินทางนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ 

ดังนั้นการจัดกระเป๋าเพื่อให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุดก็ต้องคำนึงถึงเรื่องขนาดกระเป๋า จำนวนวันที่เราเดินทางท่องเที่ยว และสภาพอากาศของที่ที่เรานั้นจะเดินทางไปท่องเที่ยวด้วย เมื่อคำนวนสิ่งเหล่านี้เรียบร้อยและได้ขนาดกระเป่าที่เหมาะสมแล้วนั้นการที่จะสามารถจัดกระเป๋าให้ประหยัดพื้นที่มากที่สุด ก็สามารถทำได้โดยการเลือกเสื้อผ้าที่เราจะใส่หรืออาจจะมีการฟิตติ้งก่อนนั่นเอง

เพื่อให้เรานั้นไม่ต้องขนเสื้อผ้าไปเพื่อเผื่อเลือกนั่นเอง เมื่อเลือกชุดได้แล้วก็นำมาพับแต่ถ้าหากต้องการประหยัดพื้นที่นั่นก็จะใช้เป็นวิธีในการม้วนแทนนอกจากจะสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ได้แล้วยังช่วยในเรื่องลดผ้ายับอีกด้วย หรืออาจะมีตัวช่วยในกรณีที่เสื้อผ้านั้นมีความหนาก็อาจจะใช้ถุงสุญญากาศมาใส่ก็จะทำให้ช่วยประหยัดพื้นที่ไปได้มากกว่า70% เพราะถึงสุญญากาศนั้นจะช่วยทำให้เสื้อผ้าเรานั้นลดขนาดลงนั่นเอง โดยถึงสูญากาศนั้นเหมาะกับการใส่เสื้อโค้ทหรือเสื้อผ้าที่หนาๆเป็นต้น 

นอกจากนี้แล้วการจัดของใช้ให้เป็นหมวดหมู่โดยการใส่กระเป๋าเล็กๆก็จะสามารถทำให้ช่วยประหยัดพื้นที่ด้วยนั่นเอง เช่น ของใช้ส่วนตัว ชุดชั้นใน เป็นต้น

 

 

สนับสนุนโดย  บาคาร่าออนไลน์ เล่นยังไง

อุทยานแห่งชาติหลุมฟ้า 3สะพานสวรรค์ (Three Natural Bridges) เมืองอู่หลง ฉงชิ่ง

          เป็นมรดกโลกเเห่งหนึ่งทางธรรมชาติที่มีความสวยงามเเละ ตั้งอยู่ประมาณ 12 กิโลเมตรทางเหนือของ เมืองอู่หลงเกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลกทำให้เกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่มีความลึกอยู่ที่ประมาณ300-500 เมตรเเละมีบางจุดเป็นโพลงที่ทะลุถึงกันละหว่างภูเขาลูกนึงไปสู่ภูเขาอีกลูกนึงได้ทำให้มีบักษณะเป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมถึงกัน ในเขตเทศบาลเมืองฉงชิ่งประเทศจีน  ช่องเขาที่นี่ชาวจีนจะเปลียบเทียบเหมือนเป็นสะพานสู่สวรรค์ ซึ่งเป็นช่องเขาธรรมชาติขนาดใหญ่สามแห่ง ด้วยกัน

 จากที่จอดรถไปทางลงจะเจอระเบียงเเก้วเเละ ลิฟท์เเก้วริมผาเมื่อลงมาถึงด้านล่างจะพบทางลงบันไดไปถึงช่องเขาเเรก 

Sky Dragon Bridge (Tian Long)  ซึ่งมีความกว้าง 160 ฟุต และสูงถึง 310 ฟุตด้วยกัน จากภาพจะมีโรงเตี้ยมโบราณที่เป็นจุดเเวะพักของนักท่องเที่ยวเเละได้ถูกนำไปใช้ในภาพยนตร์ เรื่อง Curse of the Golden Flower ในปี 2006 อีกด้วย

ช่องเขาที่สองหรือในชื่อ Green Dragon Bridge (Qin Long) ซึ่งอยู่ห่างจากช่องเขาเเรกเพียงไม่กี่ก้าว  มีลักษณะเป็นโพลงยาวเเละจะมีลำธารไหลผ่านด้านล่าง

 ซึ่งมีความกว่าประมาณ 80 ฟุต และความสูงประมาณ 330 ฟุต 

ช่องเขาที่สามหรือช่องเขามังกรดำ Black Dragon Bridge (Hei Long) อยู่ไม่ห่างจากสะพานที่สองนัก เเต่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดช่องเขามีความกว้างประมาณ 60 ฟุตและความสูงประมาณ 380 ฟุต 

เเละนอกจากหุบเขาหลักทั้ง 3 เเล้ว ยังมีน้ำตกหุบผาสวรรค์

เเละน้ำตกสายน้อยใหญ่อีกหลายจุด ซึ่งไหลลงมาบรรจบกันที่บึงมรกตสีเขียวอำพัน เเละมีสะพานทอดยาวตามเเนวผาให้ได้เดินชมความสวยงามของเหล่าปลาในบึงที่น้ำใสจนเห็นตัวปลาอีกด้วย 

ในขากลับเพื่อไปที่จอดรถสามารถจะมีทางเลืกสสำหรับนักทองเที่ยวที่จะกลับด้วยบันได1000ขั้นที่ผ่านหุบเขามังกรดำหรือสามารถย้อนกลับทางหุบเขาเเรกสู่ลิฟท์เเก้วริมผาที่ลงมาในตอนเเรกได้ เเละในปี 2010 ได้มีการสร้างเส้นทางถนนขึ้นเเละมีการให้บริการรถตู้สำหรับรับนักท่องเที่ยวในหุบเขาเพื่อไปส่งยังที่จอดรถอีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  บาคาร่า sa gaming

เที่ยวไทยกันเถอะ

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่เที่ยวต่างๆมากมาย ทั้งแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติหรือแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นสถานบันเทิงพักผ่อนหย่อนก็มีมากมายเช่นกัน และถ้าพูดถึงแหล่งธรรมชาติของไทยนั้นก็สวยงามและไม่แพ้ชาติใดในโลก ไม่ว่าจะเป็นภูเขา น้ำตก ทะเล ก็สวยงามมากและมีแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามหลากหลายแห่งและความสวยงามมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันไปนั่นเอง

มาเริ่มเที่ยวไทยจากภาคเหนือกันก่อน ภาคเหนือนั้นถือว่าเป็นภาคที่มีแหล่งท่องเที่ยวทั้งทางธรรมชาติอยู่มากมายโดยเฉพาะดอยต่างๆ ถือว่าได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างมากโดยในแต่ละปีนั้นในช่วงหน้าหนาวจะมีนักท่องเที่ยวทยอยมาเที่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกาเป็นต้นไปจนถึงปลายเดือนมีนาคมอย่างล้นหลามเลยทีเดียวนอกจากดอยต่างๆที่หน้าสนใจของภาคเหนือแล้วนั้นภาคเหนือโดยเฉพาะจังหวัดที่คนนิยมไปเที่ยวมากอย่างจังหวัดเชียงใหม่ก็มีแหล่งท่องเที่ยวเพื่อความบันเทิงมากมายหลายแห่ง  คนที่มาเที่ยวภาคเหนือแล้วนั้นพลาดไม่ได้เลยที่จะแวะเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่นั่นเอง เพราะได้สัมผัสทั้งกับธรรมชาติที่สวยงามแล้วยังเพลิดเพลินไปกับเมืองที่เต็มไปด้วยแสงสียามค่ำคืนอีกด้วย

ภาคใต้ก็ถือเป็นภาคที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติอย่างมากแต่คนไทยนั้นอาจจะไม่ค่อยได้ไปเที่ยวในภาคใต้มากนัก เพราะเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนและมีฝนตกชุกตลอดทั้งปี ทำให้บางคนที่ไม่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบนี้ก็จะไม่เลือกมาเที่ยวในภาคใต้นั่นเองแต่จริงๆแล้วภาคใต้นั้นเป็นภาคที่มีความสวยงามของทะเลอย่างมาก บางคนบอกว่าทะเลภาคตะวีนออกก็สวยแล้วถ้าได้มาเจอทะเลภาคใต้นั้นจะต้องตื่นเต้นอย่างมากแน่นอนเนื่องจากทะเลฝั่งภาคใต้นั้นเป็นทะเลอ่าวอันดามันที่มีสีน้ำทะเลและทรายอาจจะแตกต่างกับทางภาคตะวันออกนั่นเอง

ทะเลภาคใต้นั้นจะน้ำใสและหาดทรายสวยมากและยังมีหมู่เกาะให้เลือกท่อเที่ยวได้มากมายด้วยดังนั้นภาคใต้ถือเป็นภาคที่น่ามาท่องเที่ยวอย่างมากเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะได้ท่องเที่ยวทะเลที่สวยๆแล้วนั้นจังหวัดภูเก็ตยังมีแหล่งบันเทองที่สนุกสนานไม่แพ้ภาคเหนืออย่างเชียงใหม่เลยนั่นเอง หรือที่ทุกคนอาจจะรู้จักกันดีในชื่อ ป่าตองไนซ์คลับนั่นเอง

ภาคตะวันออก เป็นภาคที่มีทะเลและเกาะเยอะไม่ต่างจากภาคใต้เลยนั่นเอง แต่อย่างที่บอกความสวยงามอาจจะแตกต่างกันเพราะเป็นทะเลจากคนอ่านนั่นเอง โดยภาคตะวันออกนั้นจะเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทยนั่นเองและภาคตะวันออกยังมีจังหวัดที่ดังๆอย่างระยอง จันทบุรีและตราดที่ขึ้นชื่อเรื่องผลไม้เช่น ทุเรียน ดังนั้นแล้วสำหรับขาเที่ยวที่ชอบกินนั้นไม่ควรพลาดเลย 

ภาคอีสาน ถึงแม้จะไม่ได้รับความนิยมในการไปเที่ยวอย่างภาคอื่นๆนั้นแต่ภาคอีสานนั้นมีสถานที่ท่องเที่ยวและประเพณีพื้นบ้านต่างๆที่น่าสนใจอย่างมากมาย เช่นประเพณีบุญบังไฟ ถือว่าเป็นประเพณีที่ขึ้นชื่อของภาคอีสานเลยทีเดียวและก็ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยที่ควรมาสักครั้งหนึ่งในชีวิตก็ว่าได้

 

ขอบคุณ  sexybaccarat  ที่ให้การสนับสนุน

Trip นี้ที่จังหวัดสิงห์บุรี

พูดถึงจังหวัดสิงห์บุรีสิ่งที่นึกถึงเป็นอย่างแรกก็คือประวัติศาสตร์ของชาวบ้านบางระจันในอดีต ในปัจจุบันจังหวัดสิงห์บุรีก็ยังได้อนุรักษ์ประวัติศาสตร์ไทยต่อมาโดยการเปิดให้บริการตลาดย้อนยุคในสมัยบางระจัน และยังมีพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์บางระจันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย นอกจากนี้ที่จังหวัดสิงห์บุรีแห่งนี้ก็ยังมีวัดที่เก่าแก่ที่ศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ผู้คนได้เข้าไปสักการะ บูชา

พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์วีรชนค่ายบางระจัน เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์ประวัติศาสตร์ที่สำคัญไว้ และเพื่อต้องการให้ลูกหลานชาวไทยได้มาศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของนักรบบ้านบางระจันว่ามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร และที่สำคัญเพื่อให้ได้เห็นถึงความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันที่ร่วมกันสู้รบเพื่อแผ่นดินไทยของเรา 

ตลาดย้อนยุคบ้านบางระจัน เป็นตลาดย้อนยุคที่ให้บรรยากาศเหมือนกับอยู่ในสมัยอยุธยาจริง ๆ โดยพ่อค้าแม่ค้าจะแต่งตัวย้อนยุคทั้งหมด และของที่ขายในตลาดแห่งนี้ก็ล้วนแต่เป็นขนม และอาหารในสมัยอยุธยา มีการห่อโดยใช้ใบตอง เพื่อให้บรรยากาศที่สมจริง และยังมีโซนต่าง ๆที่จัดไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาถ่ายรูปย้อนยุคอีกด้วย

วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นวัดที่มีผู้คนเข้ามากราบไหว้ บูชาองค์พระนอนจักรสีห์เป็นจำนวนมาก เพราะเป็นพระเก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นเวลานาน และอยู่คู่กับจังหวัดสิงห์บุรีมาโดยตลอด และภายในวัดแห่งนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้โบราณเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีให้ผู้คนได้เข้ามาเยี่ยมชมกันอีกด้วย

วัดโพธิ์เก้าต้น วัดแห่งนี้มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน ในสมัยอยุธยานั้นเป็นวัดที่ชาวบ้านเข้ามากราบไหว้เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจก่อนการออกรบเป็นจำนวนมาก ในอดีตวัดแห่งนี้นั้นมีชื่อว่า วัดไม้แดง เพราะบริเวณโดยรอบของวัดมีต้นไม้แดงอยู่เป็นจำนวนมาก และยังเป็นต้นไม้เก่าแก่ที่มีอายุยาวนานกว่า 200 ปีอีกด้วย และในปัจจุบันได้มีการจำลองกำแพงค่ายของชาวบ้านบางระจันไว้ที่ด้านหน้าทางเข้าวัดเพื่อให้ผู้คนที่เข้ามาได้ระลึกถึงความกล้าหาญของชาวบ้านบางระจันอยู่เสมอ

วัดพิกุลทอง ในปัจจุบันเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปองค์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และโด่งดังในเรื่องบารมีความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแพ ภายในวัดมีการสร้างหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อแพไว้เพื่อให้ผู้คนได้มาสักการะ บูชาหลวงพ่ออีกด้วย 

ศูนย์อนุรักษ์ควายไทย เขางาม เป็นสถานที่อนุรักษ์ควายไทยแห่งเดียวในจังหวัดสิงห์บุรี สร้างขึ้นเพื่ออนุรักษ์สัตว์ที่ร่วมออกรบกับชาวบ้านบางระจันในสมัยอยุธยา เปิดให้ผู้คนสามารถเข้ามาเยี่ยมชม และถ่ายรูปอย่างใกล้ชิดได้

โบราณสถานเตาเผาแม่น้ำน้อย เป็นสถานที่รวบรวมวัตถุโบราณไว้หลากหลายชนิด โดยจุดเด่นอยู่ที่เตาเผาโบราณที่มีขนาดใหญ่ สร้างขึ้นด้วยอิฐทั้งหมด ผู้ที่ต้องการมาศึกษาเกี่ยวกับวัตถุโบราณในสมัยต่าง ๆ จึงไม่ควรพลาด เพราะล้วนแต่เป็นของจริงที่อยู่ในยุคสมัยนั้นทั้งหมด และถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีมาจนถึงปัจจุบัน